ศรชล. ภาค 2 เปิดปฏิบัติการปราบปราม 'บุหรี่เถื่อน' แนะรัฐอุดช่องโหว่กฎหมาย

ศรชล. ภาค 2 เผยขบวนการบุหรี่เถื่อน พลิกกติกาฟอกดำเป็นขาว จับได้บิ๊กล็อต แต่ติดข้อกฎหมายเอาผิดไม่ได้เต็มที่ ทำรัฐสูญรายได้มหาศาล แนะรัฐบาลเร่งสังคายนาอุดช่องโหว่ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ศรชล.ภาค 2 ซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง เปิดเผยสถานการณ์การลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนทางทะเลว่า บุหรี่เถื่อนเป็นสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามประเภทหนึ่งตามกรอบภัยคุกคามทางทะเล 9 ด้าน ของ ศรชล. และเป็นหน้าที่ของ ศรชล. ภาค 2 อยู่แล้วในการป้องกันและปราบปรามทางทะเลโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้เน้นการปราบปรามอย่างเข้มข้น ภายหลังขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ จากอดีตเป็นการลำเลียงในลักษณะกองทัพมด ใช้เส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

แต่ปัจจุบันได้ลุกลามมาตามแนวทะเลภาคใต้และขนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการขนถ่ายทางทะเลแบบล็อตใหญ่ ผ่านเทคนิคการสำแดงว่าเป็นสินค้าที่กำลังส่งไปยังประเทศที่ 3 แต่กลับมีการขนย้ายใส่เรือประมงขนาดเล็กกลางทะเล เพื่อลักลอบนำกลับเข้ามาขายในประเทศไทย ส่งผลให้การแพร่ระบาดของบุหรี่ขยายเป็นวงกว้างขึ้น

ทั้งนี้ สถิติการจับกุมเรือเมื่อเดือน ส.ค. ปี 2566 ศรชล. ภาค 2 ได้ตรวจพบบุหรี่ผิดกฎหมายล็อตใหญ่ จำนวน 1,000 ลัง รวม 10 ล้านมวน และเมื่อ ต.ค. ปี 2567 มีการจับกุมได้อีกจำนวน 528 ลัง หรือกว่า 5,280,000 มวน (ในใบสำแดง 1,050 ลัง หายไปจากใบสำแดง 522 ลัง) ซึ่งรูปแบบการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การติดตามจับกุมทำได้ยากกว่าอดีต โดยทำในลักษณะสินค้าผ่านแดนจากประเทศต้นทางมาทางบก ก่อนขนลงเรือโดยผ่าน 2 ท่าเรือหลัก เพื่อไปยังประเทศปลายทาง ในระหว่างที่ขนส่งบนบกจะมีเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่สามารถเอาผิดได้ แต่หลังจากที่นำลงเรือและเรือแล่นออกไปแล้ว สินค้าจะไปถึงปลายทางหรือไม่ ไม่มีหน่วยงานไหนจะตรวจสอบได้ การจับกุมจึงยากขึ้น เพราะพื้นที่การตรวจสอบไม่ใช่เพียงแค่บริเวณท่าเรือ แต่เรือที่บรรทุกสินค้าออกไป สามารถขนสินค้าได้ตลอดชายฝั่ง

สำหรับการจับบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่เมื่อปี 2566 ของ ศรชล. ภาค 2 นั้น เป็นเพราะเรือได้แล่นเข้าสู่ท่าเรือ จึงควบคุมเรือได้ทั้งลำ การจับกุมทางทะเลถือว่ายากกว่าทางบกค่อนข้างมาก เพราะการที่เรือแล่นอยู่ในทะเล หากผู้กระทำความผิดทราบเบาะแสว่า มีเรือของทหารเรือแล่นออกมาสามารถหลบหลีกได้ เนื่องจากเรือแล่นในทะเลเป็นไดนามิก เลยทำให้การขนถ่ายทำได้ง่าย และสามารถขนได้คราวละมากๆ ส่งผลให้อัตราการเติบโตของบุหรี่เถื่อนมีมากขึ้น แม้ว่าทางทหารเรือจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้จับกุม หรือใช้เครื่องมือที่มีในการตรวจจับ แต่อีกฝ่ายก็มีวิธีการที่จะหลบหลีกอยู่เสมอ ทั้งโดยการใช้เครื่องมือหรือวิธีการต่างๆ

ขณะที่ประเด็นการติดตามเอาผิดกับกระบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนนั้น ก่อนที่จะมีการขนถ่ายบุหรี่เถื่อนทุกครั้ง ทางศรชล. ภาค 2 จะมีข้อมูลว่า เรือลำนี้มีสินค้าประเภทใดบ้างและต้องรู้วงรอบของการเดินเรือ ที่สำคัญต้องคำนวณความเร็วของเรือแต่ละลำที่จะแล่นไปยังประเทศที่ 3 แต่หากไม่สอดคล้องกับเวลาที่คำนวณ เบื้องต้นให้สันนิษฐานว่า เรือลำนี้กระทำความผิด มีการขนถ่ายสินค้าระหว่างทางแน่นอน ทั้งนี้ ยังต้องพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ข้อมูลบริษัท ข้อมูลเจ้าของเรือว่ามีเรือในสังกัดกี่ลำ ตลอดจนธุรกิจเครือญาติ เพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติภารกิจในแต่ละครั้ง

ในส่วนของอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ คือ กฎหมายบางฉบับยังมีช่องโหว่ ทำให้ไม่สามารถเอาผิดได้ เช่น กรณีที่จับกุมบุหรี่เถื่อน 1,000 ลัง พร้อมรถที่กำลังจะขนย้ายบุหรี่ 8 คัน โดยมีการขนบุหรี่ขึ้นรถคันแรกแล้ว 30 ลัง ที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการยังไม่ได้ขนขึ้นรถ ปรากฏว่า บุหรี่ที่อยู่ในเรือทั้งหมดไม่สามารถเอาผิดได้ ในส่วนนี้ไม่ทราบเช่นกันว่า จะสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อีกหรือไม่ อีกทั้งยังสามารถประกันเรือของกลางออกไปได้ด้วย ทำให้ผู้กระทำผิดอาจสามารถเอาเรือออกไปกระทำความผิดต่อได้ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด ถือเป็นช่องว่างทางกฎหมาย ซึ่งหากมีการดำเนินคดีกับกรณีนี้ได้ จะมีโทษปรับถึงสี่พันกว่าล้านบาท ในอนาคตจึงอยากให้มีการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หรือเจตนาของผู้กระทำความผิด

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ผู้กระทำความผิดก็ทำทุกทาง เพื่ออาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ทำให้สิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ซึ่งศรชล. ภาค 2 เป็นหน่วยงานใหม่ การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดรายใหญ่ต้องทำเอง แต่ยอมรับว่า ความชำนาญในการดำเนินการบนชั้นศาลยังไม่มีความชำนาญเท่ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในส่วนของการประสานงานกับหน่วยงานอื่นในการจับกุมบุหรี่เถื่อนที่ผ่านมา ยังมีปัญหาเรื่องการจับกุมร่วม เพราะต่างคนต่างก็มีอำนาจของตัวเอง

หากมี พ.ร.บ. หรือคำสั่งการใดๆ ที่กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามบุหรี่ในพื้นที่ต้องให้ความร่วมมือตั้งแต่ต้นจนถึงขั้นการดำเนินคดีในชั้นศาล จะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องการให้มีงบประมาณในด้านการข่าว เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกด้วย หากมองว่าบุหรี่เถื่อนเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เพราะเป็นการลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากต่างประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศทางผ่านไปยังประเทศปลายทาง ศรชล. ยืนยันว่า ได้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเคยทำหนังสือไปยังศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-มาเลเซีย เคยประสานผ่านสำนักงานผู้ช่วยทูตที่อยู่ในประเทศปลายทาง เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าประเภทบุหรี่ ซึ่งได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากส่วนหนึ่ง

ในปี 2568 ศรชล. ภาค 2 มีแนวทางในการป้องกันและปราบปรามบุหรี่เถื่อน โดยจะยังคงมุ่งเน้นไปในพื้นที่ที่ได้รับข่าวสารสำคัญเป็นพิเศษตามที่หน่วยข่าวได้แจ้งมา ก่อนออกเรือไปค้นหาและจับกุม และจะมีการเพิ่มวงรอบการออกเรือตรวจสอบที่มากขึ้น เพื่อเป็นการป้องปรามสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ด้วย ซึ่งคาดว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ศรชล. ในภาพรวมจะมีประสิทธิภาพและมีผลงานเพิ่มขึ้นจากปี 2567

ขอบคุณภาพและที่มา

https://www.thairath.co.th/

https://www.thansettakij.com/

ข่าวน่าสนใจ
...
โชห่วยยาสูบ ค้าน แนวคิดกำหนดผู้ซื้อบุหรี่ตามปีเกิด ชี้ใช้ไม่ได้จริง เสี่ยงดันบุหรี่เถื่อนโต
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อน

สมาคมการค้ายาสูบไทยค้านแนวคิด “ห้ามประชาชนที่เกิดหลังปีที่กำหนดซื้อบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์นิโคตินตลอดชีวิต” ตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของมาตรการในการลดคนสูบบุหรี่ เสี่ยงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หวั่นปัญหาบุหรี่เถื่อนขยายตัวอย่างรุนแรงและสร้างภาระเพิ่มให้ร้านค้าปลีกกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ จี้รัฐแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนให้ได้ก่อน ที่จะออกมาตรการใหม่มาซ้ำเติมสถานการณ์ทำให้กระทบหนักขึ้นแทบรับไม่ไหว นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย แสดงความกังวลต่อกระแสข่าวในช่วงวันงดสูบบุหรี่โลกที่ผ่านมา หลังนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังศึกษาแนวทางผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation ในประเทศไทย “การกำหนดปีเกิดเพื่อห้ามซื้อบุหรี่ไม่ได้ช่วยลดการสูบบุหรี่หรือแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขได้” ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่ให้เยาวชนที่มีความเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ปัญหาหลักคือ การแพร่ระบาดของบุหรี่เถื่อน ซึ่งยังคงเข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลาย โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีผลเฉพาะกับร้านค้าที่ถูกกฎหมายเท่านั้น เมื่อผู้ที่ต้องการสูบบุหรี่ไม่สามารถซื้อจากร้านค้าที่ถูกต้องได้ ก็มีแนวโน้มหันไปพึ่งพาช่องทางผิดกฎหมายที่เข้าถึงง่ายกว่า ราคาถูกกว่า และไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้ออยู่แล้ว หากเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมาย ก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมตลาดผิดกฎหมายให้เติบโตมากขึ้น ทั้งที่ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลการสำรวจตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายพบว่า สัดส่วนบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 6% ในปี 2560 เป็น 28% ในปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดผิดกฎหมายกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บุหรี่เถื่อนสามารถหาซื้อได้ง่ายทั้งในชุมชน และการขายผ่านออนไลน์ที่เติบโตเร็ว กลายเป็น “ตลาดมืดดิจิทัล” ผู้ขายใช้กลยุทธ์ใหม่ เช่น แฮชแท็กและกลุ่มปิดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นางสาวธัญญศรัณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ร้านค้าปลีกทั่วประเทศยังกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างภาระในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ปัจจุบันร้านค้าให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจสอบอายุผู้ซื้อเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำ 20 ปีอยู่แล้ว แต่หากมีการกำหนดสิทธิการซื้อจากปีเกิด ร้านค้าอาจต้องตรวจสอบบัตรประชาชนของลูกค้าทุกครั้ง แม้จะเป็นลูกค้าประจำหรือผู้สูงอายุก็ตาม ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้จริงเพราะมีความยุ่งยาก เสียเวลาและลูกค้าอาจไม่ให้ความร่วมมือ “สธ. ออกมาตรการแบบนี้ออกมาเท่ากับเป็นการผลักภาระให้ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบ คำถามคือจะให้ร้านค้าตรวจสอบอย่างไร ต้องขอดูบัตรประชาชนทุกครั้งหรือไม่ และอาจต้องคำนึงถึง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การเปิดเผยชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนอาจถูกละเมิดสิทธิโดยเจ้าของไม่อนุญาต และหากต้องตรวจสอบอย่างละเอียด จะต้องมีเครื่องอ่านบัตรประชาชนหรือเครื่องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ร้านค้ารายย่อยต้องลงทุนเพิ่มอีกหรือเปล่า” สมาคมการค้ายาสูบไทยจึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ชะลอการผลักดันนโยบายดังกล่าวออกไปก่อน และให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปราบปรามบุหรี่เถื่อนและการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งสังคม ร้านค้า และรายได้ของประเทศที่หายไปประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปีจากการเติบโตของบุหรี่เถื่อน “มาตรการเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อทั้งผู้สูบบุหรี่และร้านค้าบุหรี่ที่ถูกกฎหมายอย่างแน่นอน จึงควรต้องมีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านก่อน อย่าเพิ่งผลีผลามออกกฎหมายมา และในระหว่างที่กำลังรอรับฟังความคิดเห็นก็ควรจะหาทางแก้ไขปัญหาบุหรี่เถื่อนให้ได้อย่างเด็ดขาดด้วยการ ตัดวงจรการขายออนไลน์ทาง “โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม” ปิดกั้นการมองเห็นคอนเทนต์ รวมถึงตรวจสอบพัสดุที่มีการส่งบุหรี่ผิดกฎหมาย และขยายผลการปราบปรามไปยังเครือข่ายกลุ่มนายทุน ผู้บงการอยู่เบื้องหลังให้สิ้นซาก” ขอบคุณที่มา: https://smartnewsbkk.com/

อ่านต่อ
...
คุมเข้มชายแดน! หนองคายให้ความรู้ผู้ค้า ป้องกันสินค้าผิดกฎหมายทะลักเข้าไทย
ข่าวเด่น

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา นายไพฑูรย์  มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานประชุมชี้แจงสร้างการรับรู้ ความเข้าใจและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า ณ บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้า (ตลาดนัดจุดผ่อนปรนไทย-ลาว) บ้านเปงจาน อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โดยมีนายอำเภอรัตนวาปี,ด่านศุลกากรหนองคาย,ด่านกักกันสัตว์หนองคาย,ประมงหนองคาย,ด่านตรวจพืชหนองคาย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย พ่อค้า แม่ค้า จากเมืองท่าพระบาท แขวงบ่อลิคำไซ สปป.ลาว เข้าร่วม แต่ไร้เงาพ่อค้า แม่ค้าไทยเข้าร่วมกิจกรรม         การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากจังหวัดหนองคายมีนโยบายที่เข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าหลบหนีศุลกากร สินค้าที่ไม่ผ่านกระบวนการตรวจกักตามกฎหมาย รวมถึงยาเสพติดทุกประเภทตามนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดบริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ จุดเสี่ยงและช่องทางธรรมชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการรักษาความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดนของประเทศ ซึ่งจุดผ่อนปรนบ้านเปงจานได้รับการอนุญาตให้เปิดเพื่อการค้าชายแดนและแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคโภคบริโภคที่จำเป็น ระหว่างประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทยและประชาชน เมืองท่าพระบาท แขวงบ่อลิคำไซ สปป.ลาว ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.69 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสินค้าที่ไม่ผ่านภาษีศุลกากร จึงได้บูรณาการเข้าตรวจสอบและทำการตรวจยึดสินค้าที่ไม่ผ่านภาษีศุลกากรได้ในพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนบ้านเปงจานฯจำนวนมาก และพบมีการยัดใส้บุหรี่ต่างประเทศกว่า 90 คอตตอน ซุกมาในกระสอบกระเทียม การประชุมชี้แจ้งครั้งนี้ มีหน่วยงานหลัก 5 หน่วยงาน มาให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานประจำจุดผ่อนปรน พ่อค้า แม่ค้า ไทย-ลาว และผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานศุลกากรหนองคาย ให้ความรู้เกี่ยวกับพิธีการศุลกากร ข้อกฎหมาย และระเบียบปฏิบัติในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าบริเวณจุดผ่อนปรน ด่านกักกันสัตว์หนองคาย โดย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ ชี้แจงแนวทางและมาตรการตรวจกักกันสัตว์และซากสัตว์เพื่อป้องกันโรคระบาดด่านประมงหนองคาย (ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 2) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายและนำเข้า-ส่งออกสัตว์น้ำ ด่านตรวจพืชหนองคาย โดย หัวหน้าด่านตรวจพืชหนองคาย ให้ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบศัตรูพืชในสินค้าเกษตร และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงมาตรฐานและกฎระเบียบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหาร และยาที่สามารถนำผ่านแดนได้อย่างถูกต้อง จากนั้น คณะฯได้เปิดรับฟังความคิดเห็นและสภาพปัญหาโดยตรงจากพี่น้องประชาชนชาวไทยและชาวลาวที่ประกอบกิจกรรมในพื้นที่ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเชิงรุก เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานราชการ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือชายแดนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนและโปร่งใสต่อไป ขอบคุณที่มา: https://siamrath.co.th/

อ่านต่อ
...
กมธ.งบฯ70' ถกภาษีบุหรี่ ห่วงบุหรี่เถื่อนฉุดรายได้ประเทศ
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อน

ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาฯ แถลงความคืบหน้าการพิจารณางบประมาณ ว่า ปัจจุบันกมธ. ได้ใช้เวลาในการพิจารณางบประมาณมาแล้วทั้งสิ้น 5 วัน รวม 39 ชั่วโมง หน่วยงานที่ผ่านการพิจารณา งบกลาง 12 รายการ หน่วยรับงบประมาณ 37 หน่วย 5 กองทุน คิดเป็น 1.62% ของหน่วยงานที่ต้องพิจารณาทั้งหมด นายกรวีร์ กล่าวต่อว่าสำหรับการพิจารณาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. มีประเด็นที่น่าสนใจ คือการพิจารณางบประมาณของกรมสรรพสามิต จำนวน 5,554,719,400 บาท โดยมีกมธ.บางคน สอบถามว่า จากข้อมูลการจัดเก็บภาษีบุหรี่พบว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีแบบ 2 อัตรา มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการประเมินว่า การจัดเก็บภาษีรูปแบบนี้รัฐอาจสูญเสียรายได้ประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าระบบภาษีในปัจจุบัน อาจยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการจัดเก็บรายได้ของรัฐได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงมีคำถามว่า กรมสรรพสามิตมีแผนเร่งรัดการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้จากอย่างไร นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า ผู้แทนกรมสรรพสามิตได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีบุหรี่ใช้ระบบภาษี 2 อัตรา ส่งผลให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนปรับเปลี่ยนบริโภคสินค้าที่มีภาระภาษีต่ำกว่าซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า ประกอบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ จึงทำให้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้อยู่ในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ ได้ศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราระบบเดียวแล้ว และอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบภาษี อุตสาหกรรมยาสูบ เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบและรายได้ของภาครัฐต่อไป นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า การพิจารณางบฯ70 เป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายทอดสดให้ประชาชนติดตามการทำงานของกมธ. ทั้งนี้เห็นได้ว่าในการไม่ได้พิจารณาแค่ตัวงบประมาณ แต่พิจารณาว่าเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนนั้น จะถูกนำไปใช้ให้ประโยชน์ได้อย่างไร นอกจากจะพิจารณางบประมาณแล้ว พิจารณาข้อสังเกตในข้อเสนอแนะรวมถึงคำถามเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานราชการด้วย  ด้านน.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกมธ.งบฯ70 กล่าวว่า สำหรับกรมธนารักษ์ งบประมาณจำนวน 6,443,359,600 บาท มีกมธ. หลายคนได้ถามถึงการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาประชาชนที่เข้าใช้พื้นที่ของรัฐมาเป็นเวลานาน และการนำที่ราชพัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งกมธ.บางคน เสนอให้กรมธนารักษ์ทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ส่วนราชการขอใช้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ควรนำกลับมาบริหารจัดการ เช่น เปิดให้ประชาชนเช่าหรือพัฒนาในรูปแบบที่เหมาะสม โดยกรมธนารักษ์ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ราชพัสดุของประชาชน ได้ดำเนินโครงการธนารักษ์เพื่อราษฎร์ ตั้งแต่ปี 62 เพื่อจัดระเบียบการใช้ที่ราชพัสดุของประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 119,800 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 15,000 ราย ผู้ได้รับสิทธิสามารถทำสัญญาเช่า และนำเอกสารไปใช้ประกอบการขอทะเบียนบ้าน ขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และขอสินเชื่อได้ น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า กรมธนารักษ์ยังเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 70 มีแผนปรับแนวทางบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่เอกชนเช่ามาเป็นเวลานาน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาเช่าพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศสูงสุด  ขอบคุณที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/

อ่านต่อ
...
ชี้เป้าให้แล้วอย่าให้เสียเปล่า สมาคมฯติดตามสรรพสามิตอัปเดตผลทลายบุหรี่เถื่อนตามเบาะแส
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อน

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ตัวแทนสมาคมการค้ายาสูบไทย ได้เข้าพบผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต เพื่อร่วมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามผลการดำเนินงานในการกวาดล้างบุหรี่ผิดกฎหมาย สรรพสามิตย้ำชัด ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมลุยสกัดกั้นบุหรี่เถื่อน ในการหารือครั้งนี้ ทางสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม ฯได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน แก้ไข ต่อปัญหาบุหรี่เถื่อนที่แพร่ระบาด และมีการทำงานเชิงรุกอย่างเข้มงวด และเร่งทำผลงานการปราบปรามฯ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่การลักลอบขนส่ง กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการทำงานด้วยการบูรณาการความร่วมมือ กับบริษัทไปรษณีย์ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนหลายแห่ง เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการกระจายสินค้าผิดกฎหมายไปสู่ผู้บริโภค สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ทางสมาคมการค้ายาสูบไทย ได้รวบรวมและนำส่งเบาะแสผู้กระทำผิดให้กรมสรรพสามิต และทางสมาคมการค้ายาสูบไทยได้เตรียมกำหนดทิศทางการทำงานเพื่อสนับสนุนภาครัฐในการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนต่อไป ผลการจับกุมซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยในขั้นตอนการปฏิบัติงานจริง ได้แก่ ความจำเป็นในการใช้เวลาพิจารณาและกลั่นกรองข้อมูลอย่างรัดกุมก่อนลงพื้นที่ ปัญหาพิกัดร้านค้าหรือสถานที่เป้าหมายอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง การลงพื้นที่แล้วไม่พบผู้กระทำผิด หรือเป้าหมายไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อน

อ่านต่อ

สมัครสมาชิก

สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)

สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี

แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย

พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับ

แจ้ง
เบาะแส