ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อน
กมธ.งบฯ70' ถกภาษีบุหรี่ ห่วงบุหรี่เถื่อนฉุดรายได้ประเทศ
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาฯ แถลงความคืบหน้าการพิจารณางบประมาณ ว่า ปัจจุบันกมธ. ได้ใช้เวลาในการพิจารณางบประมาณมาแล้วทั้งสิ้น 5 วัน รวม 39 ชั่วโมง หน่วยงานที่ผ่านการพิจารณา งบกลาง 12 รายการ หน่วยรับงบประมาณ 37 หน่วย 5 กองทุน คิดเป็น 1.62% ของหน่วยงานที่ต้องพิจารณาทั้งหมด นายกรวีร์ กล่าวต่อว่าสำหรับการพิจารณาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. มีประเด็นที่น่าสนใจ คือการพิจารณางบประมาณของกรมสรรพสามิต จำนวน 5,554,719,400 บาท โดยมีกมธ.บางคน สอบถามว่า จากข้อมูลการจัดเก็บภาษีบุหรี่พบว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีแบบ 2 อัตรา มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการประเมินว่า การจัดเก็บภาษีรูปแบบนี้รัฐอาจสูญเสียรายได้ประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าระบบภาษีในปัจจุบัน อาจยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการจัดเก็บรายได้ของรัฐได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงมีคำถามว่า กรมสรรพสามิตมีแผนเร่งรัดการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้จากอย่างไร นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า ผู้แทนกรมสรรพสามิตได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีบุหรี่ใช้ระบบภาษี 2 อัตรา ส่งผลให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนปรับเปลี่ยนบริโภคสินค้าที่มีภาระภาษีต่ำกว่าซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า ประกอบกับปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ จึงทำให้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้อยู่ในพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ ได้ศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราระบบเดียวแล้ว และอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบภาษี อุตสาหกรรมยาสูบ เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบและรายได้ของภาครัฐต่อไป นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า การพิจารณางบฯ70 เป็นครั้งแรกที่ได้ถ่ายทอดสดให้ประชาชนติดตามการทำงานของกมธ. ทั้งนี้เห็นได้ว่าในการไม่ได้พิจารณาแค่ตัวงบประมาณ แต่พิจารณาว่าเงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนนั้น จะถูกนำไปใช้ให้ประโยชน์ได้อย่างไร นอกจากจะพิจารณางบประมาณแล้ว พิจารณาข้อสังเกตในข้อเสนอแนะรวมถึงคำถามเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานราชการด้วย ด้านน.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกมธ.งบฯ70 กล่าวว่า สำหรับกรมธนารักษ์ งบประมาณจำนวน 6,443,359,600 บาท มีกมธ. หลายคนได้ถามถึงการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาประชาชนที่เข้าใช้พื้นที่ของรัฐมาเป็นเวลานาน และการนำที่ราชพัสดุมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งกมธ.บางคน เสนอให้กรมธนารักษ์ทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ส่วนราชการขอใช้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ควรนำกลับมาบริหารจัดการ เช่น เปิดให้ประชาชนเช่าหรือพัฒนาในรูปแบบที่เหมาะสม โดยกรมธนารักษ์ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ราชพัสดุของประชาชน ได้ดำเนินโครงการธนารักษ์เพื่อราษฎร์ ตั้งแต่ปี 62 เพื่อจัดระเบียบการใช้ที่ราชพัสดุของประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 119,800 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการประมาณ 15,000 ราย ผู้ได้รับสิทธิสามารถทำสัญญาเช่า และนำเอกสารไปใช้ประกอบการขอทะเบียนบ้าน ขอใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และขอสินเชื่อได้ น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า กรมธนารักษ์ยังเปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 70 มีแผนปรับแนวทางบริหารจัดการที่ราชพัสดุที่เอกชนเช่ามาเป็นเวลานาน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาเช่าพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศสูงสุด ขอบคุณที่มา: https://www.bangkokbiznews.com/
อ่านต่อ
ชี้เป้าให้แล้วอย่าให้เสียเปล่า สมาคมฯติดตามสรรพสามิตอัปเดตผลทลายบุหรี่เถื่อนตามเบาะแส
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ตัวแทนสมาคมการค้ายาสูบไทย ได้เข้าพบผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิต เพื่อร่วมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามผลการดำเนินงานในการกวาดล้างบุหรี่ผิดกฎหมาย สรรพสามิตย้ำชัด ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมลุยสกัดกั้นบุหรี่เถื่อน ในการหารือครั้งนี้ ทางสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม ฯได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน แก้ไข ต่อปัญหาบุหรี่เถื่อนที่แพร่ระบาด และมีการทำงานเชิงรุกอย่างเข้มงวด และเร่งทำผลงานการปราบปรามฯ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอุดช่องโหว่การลักลอบขนส่ง กรมสรรพสามิตได้ยกระดับการทำงานด้วยการบูรณาการความร่วมมือ กับบริษัทไปรษณีย์ผู้ให้บริการขนส่งเอกชนหลายแห่ง เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการกระจายสินค้าผิดกฎหมายไปสู่ผู้บริโภค สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ทางสมาคมการค้ายาสูบไทย ได้รวบรวมและนำส่งเบาะแสผู้กระทำผิดให้กรมสรรพสามิต และทางสมาคมการค้ายาสูบไทยได้เตรียมกำหนดทิศทางการทำงานเพื่อสนับสนุนภาครัฐในการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนต่อไป ผลการจับกุมซึ่งเกิดจากหลายปัจจัยในขั้นตอนการปฏิบัติงานจริง ได้แก่ ความจำเป็นในการใช้เวลาพิจารณาและกลั่นกรองข้อมูลอย่างรัดกุมก่อนลงพื้นที่ ปัญหาพิกัดร้านค้าหรือสถานที่เป้าหมายอาจไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง การลงพื้นที่แล้วไม่พบผู้กระทำผิด หรือเป้าหมายไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อน
อ่านต่อ
โชห่วยยาสูบ ค้าน แนวคิดกำหนดผู้ซื้อบุหรี่ตามปีเกิด ชี้ใช้ไม่ได้จริง เสี่ยงดันบุหรี่เถื่อนโต
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสมาคมการค้ายาสูบไทยค้านแนวคิด “ห้ามประชาชนที่เกิดหลังปีที่กำหนดซื้อบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์นิโคตินตลอดชีวิต” ตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของมาตรการในการลดคนสูบบุหรี่ เสี่ยงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หวั่นปัญหาบุหรี่เถื่อนขยายตัวอย่างรุนแรงและสร้างภาระเพิ่มให้ร้านค้าปลีกกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ จี้รัฐแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนให้ได้ก่อน ที่จะออกมาตรการใหม่มาซ้ำเติมสถานการณ์ทำให้กระทบหนักขึ้นแทบรับไม่ไหว นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย แสดงความกังวลต่อกระแสข่าวในช่วงวันงดสูบบุหรี่โลกที่ผ่านมา หลังนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่ากระทรวงสาธารณสุขกำลังศึกษาแนวทางผลักดันนโยบาย Nicotine-Free Generation ในประเทศไทย “การกำหนดปีเกิดเพื่อห้ามซื้อบุหรี่ไม่ได้ช่วยลดการสูบบุหรี่หรือแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขได้” ปัจจุบันมีกฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่ให้เยาวชนที่มีความเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ปัญหาหลักคือ การแพร่ระบาดของบุหรี่เถื่อน ซึ่งยังคงเข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลาย โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีผลเฉพาะกับร้านค้าที่ถูกกฎหมายเท่านั้น เมื่อผู้ที่ต้องการสูบบุหรี่ไม่สามารถซื้อจากร้านค้าที่ถูกต้องได้ ก็มีแนวโน้มหันไปพึ่งพาช่องทางผิดกฎหมายที่เข้าถึงง่ายกว่า ราคาถูกกว่า และไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้ออยู่แล้ว หากเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมาย ก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมตลาดผิดกฎหมายให้เติบโตมากขึ้น ทั้งที่ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลการสำรวจตลาดบุหรี่ผิดกฎหมายพบว่า สัดส่วนบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 6% ในปี 2560 เป็น 28% ในปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดผิดกฎหมายกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่บุหรี่เถื่อนสามารถหาซื้อได้ง่ายทั้งในชุมชน และการขายผ่านออนไลน์ที่เติบโตเร็ว กลายเป็น “ตลาดมืดดิจิทัล” ผู้ขายใช้กลยุทธ์ใหม่ เช่น แฮชแท็กและกลุ่มปิดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นางสาวธัญญศรัณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ร้านค้าปลีกทั่วประเทศยังกังวลว่ามาตรการดังกล่าวจะสร้างภาระในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ปัจจุบันร้านค้าให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการตรวจสอบอายุผู้ซื้อเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำ 20 ปีอยู่แล้ว แต่หากมีการกำหนดสิทธิการซื้อจากปีเกิด ร้านค้าอาจต้องตรวจสอบบัตรประชาชนของลูกค้าทุกครั้ง แม้จะเป็นลูกค้าประจำหรือผู้สูงอายุก็ตาม ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้จริงเพราะมีความยุ่งยาก เสียเวลาและลูกค้าอาจไม่ให้ความร่วมมือ “สธ. ออกมาตรการแบบนี้ออกมาเท่ากับเป็นการผลักภาระให้ร้านค้าเป็นผู้รับผิดชอบ คำถามคือจะให้ร้านค้าตรวจสอบอย่างไร ต้องขอดูบัตรประชาชนทุกครั้งหรือไม่ และอาจต้องคำนึงถึง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การเปิดเผยชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนอาจถูกละเมิดสิทธิโดยเจ้าของไม่อนุญาต และหากต้องตรวจสอบอย่างละเอียด จะต้องมีเครื่องอ่านบัตรประชาชนหรือเครื่องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ร้านค้ารายย่อยต้องลงทุนเพิ่มอีกหรือเปล่า” สมาคมการค้ายาสูบไทยจึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ชะลอการผลักดันนโยบายดังกล่าวออกไปก่อน และให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปราบปรามบุหรี่เถื่อนและการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งสังคม ร้านค้า และรายได้ของประเทศที่หายไปประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปีจากการเติบโตของบุหรี่เถื่อน “มาตรการเช่นนี้จะมีผลกระทบต่อทั้งผู้สูบบุหรี่และร้านค้าบุหรี่ที่ถูกกฎหมายอย่างแน่นอน จึงควรต้องมีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้านก่อน อย่าเพิ่งผลีผลามออกกฎหมายมา และในระหว่างที่กำลังรอรับฟังความคิดเห็นก็ควรจะหาทางแก้ไขปัญหาบุหรี่เถื่อนให้ได้อย่างเด็ดขาดด้วยการ ตัดวงจรการขายออนไลน์ทาง “โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม” ปิดกั้นการมองเห็นคอนเทนต์ รวมถึงตรวจสอบพัสดุที่มีการส่งบุหรี่ผิดกฎหมาย และขยายผลการปราบปรามไปยังเครือข่ายกลุ่มนายทุน ผู้บงการอยู่เบื้องหลังให้สิ้นซาก” ขอบคุณที่มา: https://smartnewsbkk.com/
อ่านต่อ
สมาคมยาสูบไทยจี้ดีอีเอส ปิดเพจ-คีย์เวิร์ดสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนนางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์บุหรี่เถื่อนในประเทศก็ยังน่าห่วงโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ แม้ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรจะดำเนินการปราบบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องการเห็นความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากผลการวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 พบโพสต์เกี่ยวกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 1,240 โพสต์ ตลอดช่วง 3เดือน โดยเป็นโพสต์ที่มีเนื้อหาเป็นกลาง มุ่งเน้นเพื่อการซื้อขายโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าสนใจคือแพลตฟอร์มที่มีจำนวนโพสต์มากที่สุดไม่ใช่ X (Twitter) ที่เคยครองอันดับหนึ่งในการสำรวจครั้งก่อนแต่เป็น Facebook Groups ที่พบมากถึง 1,096 โพสต์ ตามด้วย X (Twitter) จำนวน 753 โพสต์ รวมถึงโพสต์บนบัญชีผู้ใช้ส่วนตัว เพจต่าง ๆ และ Marketplace บน Facebook นอกจากนี้ กลุ่มบน Facebook ยังเป็นที่ที่ได้รับการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงที่สุดเช่นกัน ผลการวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย “ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดมืดออนไลน์อย่างชัดเจน ในช่วงต้นของการศึกษาเดือนตุลาคม 2568 บทสนทนาปรากฏบนแพลตฟอร์มเปิดอย่าง X (Twitter) มากที่สุดและทยอยลดลง จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2568 บทสนทนาการซื้อขายได้ขยับเข้าสู่ Facebook Groups และคอมมูนิตี้แบบปิดมากขึ้น เนื่องจากชุมชนกลุ่มปิดเหล่านี้สามารถสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่เน้นความไว้วางใจ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้ดีกว่าแพลตฟอร์มเปิด Facebook Groups จึงทำหน้าที่เสมือนศูนย์กลางการขายบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขายแบบแยกซองและแบบยกคอตตอน” อย่างไรก็ดี บทสนทนาส่วนใหญ่ที่พบเกิดจากฝั่งผู้ขายที่พยายามใช้เทคนิคดึงดูดลูกค้า ด้วยการโพสต์ขายสินค้าเน้นการขายเชิงปริมาณยกคอตตอนมากกว่าแยกขายเป็นซอง โดยราคาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอยู่ในช่วง 200 – 299 บาทต่อคอตตอน มีจุดขายหลักคือเน้นรสชาติหลากหลาย ควบคู่กับการใช้คีย์เวิร์ดว่าบุหรี่นอก หรือบุหรี่ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความพรีเมียม สื่อสารว่าผู้ซื้อจะได้ของคุณภาพดีในราคาถูก ขณะเดียวกันยังสร้างภาพลักษณ์บุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศว่าราคาแพง และกลิ่นไม่น่าดึงดูดเท่าเมื่อเทียบกับตัวเลือกในตลาดผิดกฎหมาย ข้อความเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องในทุกโพสต์ เพื่อดึงดูดผู้ซื้อเข้าไปทำธุรกรรมซื้อขายในช่องทางการติดต่อส่วนบุคคล เช่น LINE อย่างต่อเนื่อง นางสาวธัญญศรัณ กล่าวอีกว่า ความไว้วางใจคือแกนหลักของการขายออนไลน์ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเทคนิคในการสร้างความไว้วางใจในการซื้อขาย เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ซื้อ ซึ่งงานวิจัยพบการพูดถึงประเด็นการโกงหรือสแกมเมอร์มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ซื้อระมัดระวังการโอนเงินมากขึ้นด้วย ผู้ขายจึงปรับตัวโดยใช้การเก็บเงินปลายทาง หรือการเชิญชวนเข้ากลุ่มปิด เพื่อสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่เน้นความไว้วางใจ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้ พร้อมทั้งลงรูปโชว์สต็อกจำนวนมากหรือภาพคลังสินค้า เพื่อยืนยันว่ามีของจริง และพร้อมจัดส่ง สื่อถึงซัพพลายที่เสถียร ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าตามที่สั่งแน่นอนนอกจากนี้ยังมีโปรโมชันเพื่อส่งเสริมการซื้อยกคอตตอนด้วยราคาพิเศษ เน้นความคุ้มค่า เพื่อจูงใจ อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่ากังวลคือการติดแฮชแท็กสถานที่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ทั้งจากฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มการเข้าถึงของโพสต์สู่ผู้ใช้แพลตฟอร์มทั่วไปในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย อีกทั้งยังพบการติดแฮชแท็กสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขายที่กำลังตามหาของ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฮชแท็กพิกัดเป็นตัวเพิ่มโอกาสในการปิดการซื้อขาย และอาจเป็นการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” ข้อมูลจากผลการสำรวจของสมาคมการค้ายาสูบไทยสอดคล้องกับสิ่งที่กรมศุลกากรให้ข้อมูลที่พบว่ารูปแบบพฤติการณ์การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบันเป็นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น กรมศุลกากรจึงได้ปรับแผนการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และนำเทคโนโลยี X-ray มาช่วยตรวจสอบตามศูนย์คัดแยกพัสดุของบริการขนส่งต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่ากังวลคือการติดแฮชแท็กสถานที่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ทั้งจากฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มการเข้าถึงของโพสต์สู่ผู้ใช้แพลตฟอร์มทั่วไปในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย อีกทั้งยังพบการติดแฮชแท็กสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขายที่กำลังตามหาของ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฮชแท็กพิกัดเป็นตัวเพิ่มโอกาสในการปิดการซื้อขาย และอาจเป็นการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” ข้อมูลจากผลการสำรวจของสมาคมการค้ายาสูบไทยสอดคล้องกับสิ่งที่กรมศุลกากรให้ข้อมูลที่พบว่ารูปแบบพฤติการณ์การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบันเป็นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น กรมศุลกากรจึงได้ปรับแผนการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และนำเทคโนโลยี X-ray มาช่วยตรวจสอบตามศูนย์คัดแยกพัสดุของบริการขนส่งต่าง ๆ “สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กับปัญหาการค้าผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่เถื่อนที่ยังคงวิกฤต โดยมุ่งเน้นไปยังเส้นเลือดใหญ่ ได้แก่ โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม โดยจะต้องเร่งประสานงานปิดกั้นเพจ กลุ่ม คีย์เวิร์ด และโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการค้าบุหรี่เถื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเหล่านี้ถูกกระจายสู่มือผู้บริโภคได้ เพราะตราบใดที่แพลตฟอร์มยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ตลาดมืดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ก็จะยังคงเติบโตต่อไป และที่สำคัญที่สุดคือเปิดช่องให้เยาวชนเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้อย่างง่ายดาย” ขอบคุณที่มา: https://www.thansettakij.com/
อ่านต่อ
กองทัพเรือ คุมเข้มชายแดน! สกัดบุหรี่เถื่อน ยึดของกลาง 324 แท่ง มูลค่ากว่า 2 ล้าน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้จัดกำลังลาดตระเวนซุ่มตรวจในเวลากลางวัน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในพงหญ้า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นบุหรี่ต่างประเทศลักลอบนำเข้า จำนวน 324 แท่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,944,000 บาท หน่วยได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านแหลม เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือ ยืนยัน การคุมเข้มพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการเชิงรุกในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชายแดนถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณที่มา: https://thainews.prd.go.th/
อ่านต่อ
บุหรี่เถื่อน ศึกธุรกิจ งานท้าทายรัฐฯ กับช่องโหว่ออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นอกจากความมั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ปัญหาความมั่นคงภายในประเทศก็เป็นอีกเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ อย่างการลงพื้นที่แถลงข่าวด้วยตนเองภายหลังการปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ และยึดของกลางได้กว่า 20 ล้านมวน นับเป็นการจับกุมที่ได้ของกลางมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี การลงพื้นที่ด้วยตัวเองของผู้นำรัฐบาลไม่เพียงเป็นสัญญาณของความจริงจังในการปราบปราม แต่ยังสะท้อนว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือการหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น หากแต่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศด้วย โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ระบุว่า การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เงินจากการค้าผิดกฎหมายมักถูกนำไปสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว ในระดับภูมิภาค รายงานของสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียนก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยกระดับมาตรการรับมือกับการค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมองว่าการค้าผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้งสินค้าประเภทยา น้ำมัน ยาสูบ เป็นต้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาและเสถียรภาพของประเทศสมาชิก สำหรับประเทศไทย ปัญหาบุหรี่เถื่อนมีขนาดใหญ่อย่างน่ากังวล ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการบริโภคบุหรี่ทั้งหมดในประเทศ หรือคิดเป็นปริมาณเทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์ราว 700 ตู้ต่อปี ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ปัญหานี้ยังสร้างความท้าทายต่อการกำกับดูแลตลาด การคุ้มครองสุขภาพของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายที่บุหรี่เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายออนไลน์ แต่กลับพบบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอมขายจำนวนมากบนสื่อโซเชียล คำถามสำคัญที่ยังคงต้องหาคำตอบคือ บุหรี่เถื่อนจำนวนมหาศาลเหล่านี้ที่หลุดลอดเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวัน ถูกส่งกระจายให้กับผู้ขายรายย่อยและผู้ซื้อทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ว่าการกำกับดูแล “ตลาดออนไลน์” ยังมี “ช่องโหว่” ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านกฎหมายที่ขาดการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่กลุ่มผู้ลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายใช้ในการโฆษณาและจำหน่ายสินค้า รวมถึงเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าเยาวชนอย่างผิดกฎหมาย และแพลตฟอร์มออนไลน์ เหล่านี้ยังเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายสามารถถูกเคลื่อนย้ายส่งต่อผ่านระบบขนส่งภายในประเทศได้อย่างคล่องตัว โดยไร้การตรวจสอบจากหน่วยงานขนส่งพัสดุใด ๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ปัญหาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายกระจายตัวแพร่หลายและทวีความรุนเเรงมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวอย่างที่ทำให้การซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายพบเห็นได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ เพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาเข้าแพลตฟอร์มยอดฮิตของคนไทยหลาย ๆ แพลตฟอร์ม และค้นหาด้วยคำค้นหาง่าย ๆ อย่าง บุหรี่พร้อมส่ง หรือ ค้นด้วยชื่อยี่ห้อบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม ก็สามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้แล้ว โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ซื้อคือใคร อายุถึงเกณฑ์หรือไม่ เพียงค้นหาเจอผู้ขาย เลือกสินค้า ยืนยันคำสั่งซื้อแล้วรอรับของที่ต้องการที่บ้านได้เลย เพราะผู้ค้าบุหรี่เหล่านี้เขามีบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อีกมุมที่ยืนยันว่าการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนในช่องทางออนไลน์นั้นทวีความรุนแรงมากคือเราพบเห็นการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่กับขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีการจับกุมครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ CIB ในหลายโอกาส เช่น เมื่อเดือนมกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้ขยายผลจากการสืบสวนเครือข่ายค้าบุหรี่ในช่องทางออนไลน์จนสามารถเข้าทลายขบวนการส่งบุหรี่หนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านขนส่งไปรษณีย์ยึดของกลาง ณ ขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีได้กว่า 48,810 ซอง คิดมูลค่าความเสียหายกว่า 45 ล้านบาท ถัดมาคือเมื่อเดือนกันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับขบวนการส่งด่วนบุหรี่เถื่อนขายออนไลน์ส่งทั่วประเทศ โดยเข้ายึดของกลางมากกว่า 1 แสนซอง มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ณ จังหวัดสงขลา ในขณะที่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้แกะรอยออนไลน์จนพบเบาะแสการขนบุหรี่เถื่อนผ่านระบบพัสดุ และเข้าบุกอายัดกล่องพัสดุต้องสงสัยกว่า 700 ชิ้น ณ ศูนย์คัดแยกไปรษณีย์หาดใหญ่ กรณีการจับกุมขยายผลที่เกิดขึ้นเเพร่หลายเหล่านี้ยิ่งย้ำให้เห็นว่า ขบวนการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์นั้นกระทำการโดยเปิดเผย แพร่หลาย ไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมาย ตรงกันข้ามกับการขายบุหรี่ถูกกฎหมายที่มีกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขควบคุมการแสดงสินค้า ดังนั้น ภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่จึงไม่ใช่เพียงการปราบปราม สร้างความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับร้านค้าหรือเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือ “ขันน็อต” ระบบทั้งโครงสร้าง ปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบช่องทางออนไลน์ ซึ่งกำลัง เพื่อทำให้บ้านของเราแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยจากเครือข่ายการค้าผิดกฎหมายในระยะยาว ขอบคุณที่มา: https://www.naewna.com/
อ่านต่อ
สรรพสามิตยึดบุหรี่เถื่อนขายผ่านออนไลน์กว่า42ล้าน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสรรพสามิตยึดบุหรี่เถื่อน จากต่างประเทศที่ขายผ่านออนไลน์ส่งทางพัสดุไปรษณีย์ลอตใหญ่ 709 ชิ้นค่าปรับ 42 ล้านเร่งขยายผลจับกุม ที่จ.สงขลา เจ้าหน้าที่สรรพสามิต เร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่องซึ่งมีการปรับเปลี่ยนวิธีมาขายกันทางออนไลน์มากขึ้น ล่าสุดเมื่อจากการสืบสวนทางระบบออนไลน์ ของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 , บูรณาการร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา และสำนักงานสรรพสามิต สาขาหาดใหญ่ ได้เข้าทำการตรวจยึดอายัดกล่องพัสดุซึ่งบรรจุบุหรี่เถื่อน ภายในศูนย์คัดแยกและกระจายสินค้า ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ที่ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้ขนส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 709 ชิ้น เพื่อนำไปทำการตรวจสอบในรายละเอียดต้นทางว่าถูกส่งมาจากที่ใดและปลายทางส่งไปที่ไหนบ้างเพื่อที่จะขยายผล จับกุมตัดวงจรการค้าบุหรี่เถื่อนทางออนไลน์ต่อไป เบื้องต้นบุหรี่เถื่อนของกลางที่ยึดได้เป็นบุหรี่เถื่อนจากต่างประเทศที่มิได้เสียภาษี จำนวนประมาณ 70,000 กว่าซอง ประมาณการค่าปรับ 42,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำของกลางส่งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา สาขาหาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบ และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป ขอบคุณทีมา: https://www.innnews.co.th/
อ่านต่อ
สมาคมการค้ายาสูบไทยปลื้มผลงานสรรพสามิตกวาดล้าง “บุหรี่เถื่อน” กว่า 3 พันคดี พร้อมหนุนเดินหน้า “ภาษีอัตราเดียว”
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสมาคมการค้ายาสูบไทยออกโรงหนุนกรมสรรพสามิต เดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีอัตราเดียวควบคู่การปราบปรามบุหรี่เถื่อน ปลื้มตัวเลขจับกุมแค่ 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พุ่งสูงกว่า 3,247 คดี มูลค่าปรับรวมกว่า 453 ล้านบาท หวั่นรัฐสูญรายได้หากชะลอปรับภาษีอัตราเดียว พร้อมจับตา 3 ปัจจัยเสี่ยง “ชายแดน-ภัยพิบัติ-การเมือง” นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า “สมาคมฯ ขอขอบคุณกรมสรรพสามิตที่ได้แถลงนโยบายชัดเจนเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่สู่ “อัตราเดียว” (Single Rate) โดยเน้นย้ำความสำคัญของการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายควบคู่กันไป ซึ่งสอดคล้องกับผลงานของกรมที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจากการทำงานเชิงรุก โดยสถิติการปราบปรามของกรมสรรพสามิต ตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่าสามารถจับกุมคดีบุหรี่ผิดกฎหมายได้มากถึง 3,247 คดี ยึดของกลางได้ 620,204 ซอง คิดเป็นมูลค่าภาษีที่รัฐสูญเสียกว่า 32.89 ล้านบาท และมีมูลค่าค่าปรับและประมาณการค่าปรับรวมสูงถึง 453.49 ล้านบาท สะท้อนถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สกัดการแพร่ระบาดของบุหรี่ผิดกฎหมาย “อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ขอเสนอไปถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ให้เดินหน้าปราบปรามบุหรี่เถื่อนควบคู่กับการเร่งปรับภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียวเพื่อลดความเสียหายจากรายได้ที่สูญไปกว่า 7 หมื่นล้านบาทแล้ว นอกจากนี้ สมาคมประเมินทิศทางในปี 2569 โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ปัญหาจากความไม่สงบชายแดน ไทย-กัมพูชา ภัยพิบัติในภาคใต้ตอนล่าง และความไม่มั่นคงทางการเมืองภายใน” ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา: กัมพูชายังคงเป็นต้นทางอันดับ 1 ของบุหรี่เถื่อนในไทย แม้การปะทะและปิดพรมแดนตามแนวชายแดนอาจทำให้การลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติทำได้ยากขึ้น แต่ขบวนการมิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปใช้ช่องโหว่ของมาตรการ “สินค้าผ่านแดน” โดยส่งสินค้าจากท่าเรือในกัมพูชามาขอผ่านแดนไทยเพื่อไปยังประเทศที่ 3 การสำแดงเป็นสินค้าผ่านแดนซึ่งมักไม่ถูกตรวจสอบโดยศุลกากร จึงทำให้การสำแดงสินค้าภายในเป็นเท็จเกิดขึ้นได้ง่าย อุทกภัยภาคใต้: เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเปรียบเสมือนเมืองหลวงของบุหรี่ผิดกฎหมาย ได้สร้างความเสียหายต่อสต๊อกสินค้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลด้านบวกให้การแพร่ระบาดชะลอตัวลงในระยะสั้น แต่ในระยะกลางถึงยาวยังคงต้องจับตามองเป็นพิเศษ ความไม่มั่นคงทางการเมือง: จากการยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง การทำงานของภาครัฐอาจขาดความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเปราะบาง ทั้งจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ และเศรษฐกิจ ซึ่งธุรกิจมืดอาจฉวยโอกาสในช่วงนี้ขยายอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่เถื่อน สแกมเมอร์ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ “สมาคมฯ ซึ่งมีสมาชิกเป็นร้านค้าบุหรี่ถูกกฎหมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ สนับสนุนการทำงานของกรมสรรพสามิตและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงาน ให้ยังคงความเข้มข้นในการปราบปรามควบคู่กับปรับโครงสร้างภาษีอัตราเดียวต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้านในช่วงยุบสภาก่อนจะมีรัฐบาลใหม่ เพื่อปกป้องผู้ประกอบการที่สุจริตและรักษาความมั่นคงทางรายได้ของประเทศ” ขอบคุณที่มา: https://www.khaosod.co.th/
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส