รัฐบาลเปิดแผน 3 ขั้น เดินหน้าจัดการวิกฤตบุหรี่เถื่อน
รัฐบาลเปิดแผน 3 ขั้น เดินหน้าจัดการวิกฤตบุหรี่เถื่อน ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีมากกว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี
ปฏิบัติการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่ผ่านมา ทำให้การบริโภคบุหรี่เถื่อน หรือบุหรี่ไม่เสียภาษีเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากเมื่อบุหรี่ไฟฟ้าถูกปราบปรามและหาซื้อยากขึ้น ผู้ใช้ก็จะเปลี่ยนกลับมาสูบบุหรี่มวน แต่เมื่อบุหรี่มวนในปัจจุบันมีราคาแพง กลุ่มผู้ใช้จึงหันไปสูบบุหรี่เถื่อน ซึ่งราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังมีรสชาติและรูปแบบการซื้อขายที่ตอบสนองกับพฤติกรรมของผู้สูบมากกว่า
จากการสำรวจสุ่มเก็บซองบุหรี่ที่ถูกทิ้ง พบว่าสัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 28% ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สงขลา พัทลุง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช นครราชสีมา และอุบลราชธานี ที่สถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก เพราะมีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อนสูง ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีมากกว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ บุหรี่เถื่อนยังมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพ เพราะพบว่ามีโลหะหนักและสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ที่ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาษีหรือคุณภาพสินค้า แต่การลักลอบซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนยังเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ หลังพบว่ามีการลักลอบปะปนนำเข้ามาพร้อมกับยาเสพติดจากเครือข่ายประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพื้นที่ลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดนมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติด ดังนั้น เครือข่ายที่ลักลอบจำหน่ายสินค้าเถื่อนเหล่านี้ย่อมเข้าใจดีถึงอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ของผู้บริโภคและเครือข่ายกระจายสินค้า
รัฐบาลจึงได้ประกาศเดินหน้าปราบปรามปัญหาบุหรี่เถื่อนควบคู่ไปกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เปิดเผยว่ามีแผนปฏิบัติการทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาว โดยจะขับเคลื่อนปฏิบัติการปราบปรามบุหรี่เถื่อนเชิงรุก รวม 3 แนวทาง ได้แก่ ปราบปรามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันตก เพื่อปิดช่องทางลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางทะเล ภายใต้แผนเฉพาะกิจการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย
ตรวจสอบและดำเนินคดีกับร้านค้าที่ลักลอบจำหน่ายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ตัดวงจรการซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับหน้าที่ปิดกั้นเว็บไซต์ เพจ และ URL ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการใช้กฎหมาย ที่ก็มีแผนควบคุมบุหรี่เถื่อนใน 3 ระยะ (เร่งด่วน-สั้น-ยาว) เช่นกัน โดยเร่งดำเนินการสืบสวน จับกุม และเพิ่มโทษผู้กระทำผิดเพื่อช่วยลดอุปสงค์ของตลาดมืด พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ถึงผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้บุหรี่เถื่อนลดปริมาณลง เนื่องจากปริมาณความต้องการสินค้าของผู้บริโภคที่ลดลง จนทำให้ผู้ค้าไม่สามารถลักลอบเปิดตลาดขายบุหรี่เถื่อนได้ในที่สุด
โดย พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่าบุหรี่เถื่อนมักถูกลักลอบเข้าทางเรือ โดยปะปนมากับสินค้าถูกกฎหมาย จึงสั่งการให้ตำรวจน้ำและหน่วยปฏิบัติการชายฝั่งเข้มงวดตรวจสอบ พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติดและการค้ามนุษย์ ซึ่งมักมีความเกี่ยวข้องกัน
การปราบปรามบุหรี่เถื่อนจึงต้องดำเนินการแบบครบวงจร ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ด้วยการสกัดกั้นตามแนวชายแดน “กลางน้ำ” ด้วยการตรวจสอบเส้นทางลำเลียง และ “ปลายน้ำ” ด้วยการจับกุมและดำเนินคดีกับร้านค้าและผู้ค้ารายย่อย รวมถึงตัดช่องทางการขายในโลกออนไลน์ รัฐบาลเชื่อว่า หากมาตรการเหล่านี้ได้ผล จะสามารถเพิ่มรายได้จากภาษี ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และลดจำนวนผู้ป่วยจากการสูบบุหรี่ได้ในระยะยาว แต่หากปล่อยให้ตลาดมืดบุหรี่เถื่อนเติบโตต่อไป ภาษีที่รัฐควรได้จะหายไป สุขภาพประชาชนจะทรุดลง และวันหนึ่งเราอาจต้องเผชิญ “วิกฤตสาธารณสุขระดับชาติ” ที่สายเกินกว่าจะแก้ไข
ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก https://www.dailynews.co.th/
ข่าวน่าสนใจ
กองทัพเรือ คุมเข้มชายแดน! สกัดบุหรี่เถื่อน ยึดของกลาง 324 แท่ง มูลค่ากว่า 2 ล้าน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้จัดกำลังลาดตระเวนซุ่มตรวจในเวลากลางวัน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในพงหญ้า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นบุหรี่ต่างประเทศลักลอบนำเข้า จำนวน 324 แท่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,944,000 บาท หน่วยได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านแหลม เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือ ยืนยัน การคุมเข้มพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการเชิงรุกในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชายแดนถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณที่มา: https://thainews.prd.go.th/
อ่านต่อ
ทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าข้ามชายแดน
ข่าวเด่นทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายชายแดนต่อเนื่อง โต้ข่าวบิดเบือนทำลายความเชื่อมั่น ยันไม่ปกป้องคนผิด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าจากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างว่ากองทัพเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ ข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติในพื้นที่ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ในช่วงปีงบประมาณนี้ (ตุลาคม 2568) จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจพบและจับกุมการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหาจำนวน 872 คน เป็นชาวต่างชาติ 848 คน ชาวไทย 24 คน ครอบคลุมทั้งการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ขนสินค้าข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ต่างประเทศ สุราแช่ สินค้าเกษตร จักรยานยนต์ มูลค่าความเสียกว่า 16 ล้านบาท และยาเสพติด โดยเป็นยาบ้า 1234 เม็ด ยาไอซ์ 18.322 กิโลกรัม เคตามีน และยาอี อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ผลการปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากองทัพเรือมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลย และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับการกระทำผิดแต่อย่างใด และขอยืนยันนโยบายสำคัญว่า “จะไม่ยอมให้มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด” หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างถึงที่สุด ในด้านมาตรการควบคุมชายแดน กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ การควบคุมและปิดด่านในพื้นที่เสี่ยงอย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้กระทำผิดพยายามใช้หลบเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกกรณี เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการกระทำที่เป็นการทรมาน หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว กองทัพเรือขอย้ำว่าการรักษาความมั่นคงชายแดนจะต้องปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง และอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่หลงเชื่อข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด กองทัพเรือจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นอกจากนี้ พล.ร.ต. ปารัช โฆษกกองทัพเรือ ยังเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสารว่ามีอดีตข้าราชการของกองทัพเรือ และข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสนั้น กองทัพเรือขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกองทัพเรือให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก กองทัพเรือมีเจตนาชัดเจนที่จะเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดยจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้กองทัพเรือ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงรวมถึงการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้คดีมีความกระจ่าง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำรงไว้ซึ่งวินัย ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์กรอย่างเคร่งครัด ขอบคุณที่มา: https://mgronline.com/
อ่านต่อ
บุหรี่เถื่อน ศึกธุรกิจ งานท้าทายรัฐฯ กับช่องโหว่ออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นอกจากความมั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ปัญหาความมั่นคงภายในประเทศก็เป็นอีกเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ อย่างการลงพื้นที่แถลงข่าวด้วยตนเองภายหลังการปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ และยึดของกลางได้กว่า 20 ล้านมวน นับเป็นการจับกุมที่ได้ของกลางมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี การลงพื้นที่ด้วยตัวเองของผู้นำรัฐบาลไม่เพียงเป็นสัญญาณของความจริงจังในการปราบปราม แต่ยังสะท้อนว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือการหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น หากแต่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศด้วย โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ระบุว่า การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เงินจากการค้าผิดกฎหมายมักถูกนำไปสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว ในระดับภูมิภาค รายงานของสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียนก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยกระดับมาตรการรับมือกับการค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมองว่าการค้าผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้งสินค้าประเภทยา น้ำมัน ยาสูบ เป็นต้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาและเสถียรภาพของประเทศสมาชิก สำหรับประเทศไทย ปัญหาบุหรี่เถื่อนมีขนาดใหญ่อย่างน่ากังวล ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการบริโภคบุหรี่ทั้งหมดในประเทศ หรือคิดเป็นปริมาณเทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์ราว 700 ตู้ต่อปี ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ปัญหานี้ยังสร้างความท้าทายต่อการกำกับดูแลตลาด การคุ้มครองสุขภาพของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายที่บุหรี่เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายออนไลน์ แต่กลับพบบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอมขายจำนวนมากบนสื่อโซเชียล คำถามสำคัญที่ยังคงต้องหาคำตอบคือ บุหรี่เถื่อนจำนวนมหาศาลเหล่านี้ที่หลุดลอดเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวัน ถูกส่งกระจายให้กับผู้ขายรายย่อยและผู้ซื้อทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ว่าการกำกับดูแล “ตลาดออนไลน์” ยังมี “ช่องโหว่” ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านกฎหมายที่ขาดการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่กลุ่มผู้ลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายใช้ในการโฆษณาและจำหน่ายสินค้า รวมถึงเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าเยาวชนอย่างผิดกฎหมาย และแพลตฟอร์มออนไลน์ เหล่านี้ยังเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายสามารถถูกเคลื่อนย้ายส่งต่อผ่านระบบขนส่งภายในประเทศได้อย่างคล่องตัว โดยไร้การตรวจสอบจากหน่วยงานขนส่งพัสดุใด ๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ปัญหาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายกระจายตัวแพร่หลายและทวีความรุนเเรงมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวอย่างที่ทำให้การซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายพบเห็นได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ เพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาเข้าแพลตฟอร์มยอดฮิตของคนไทยหลาย ๆ แพลตฟอร์ม และค้นหาด้วยคำค้นหาง่าย ๆ อย่าง บุหรี่พร้อมส่ง หรือ ค้นด้วยชื่อยี่ห้อบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม ก็สามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้แล้ว โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ซื้อคือใคร อายุถึงเกณฑ์หรือไม่ เพียงค้นหาเจอผู้ขาย เลือกสินค้า ยืนยันคำสั่งซื้อแล้วรอรับของที่ต้องการที่บ้านได้เลย เพราะผู้ค้าบุหรี่เหล่านี้เขามีบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อีกมุมที่ยืนยันว่าการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนในช่องทางออนไลน์นั้นทวีความรุนแรงมากคือเราพบเห็นการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่กับขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีการจับกุมครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ CIB ในหลายโอกาส เช่น เมื่อเดือนมกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้ขยายผลจากการสืบสวนเครือข่ายค้าบุหรี่ในช่องทางออนไลน์จนสามารถเข้าทลายขบวนการส่งบุหรี่หนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านขนส่งไปรษณีย์ยึดของกลาง ณ ขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีได้กว่า 48,810 ซอง คิดมูลค่าความเสียหายกว่า 45 ล้านบาท ถัดมาคือเมื่อเดือนกันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับขบวนการส่งด่วนบุหรี่เถื่อนขายออนไลน์ส่งทั่วประเทศ โดยเข้ายึดของกลางมากกว่า 1 แสนซอง มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ณ จังหวัดสงขลา ในขณะที่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้แกะรอยออนไลน์จนพบเบาะแสการขนบุหรี่เถื่อนผ่านระบบพัสดุ และเข้าบุกอายัดกล่องพัสดุต้องสงสัยกว่า 700 ชิ้น ณ ศูนย์คัดแยกไปรษณีย์หาดใหญ่ กรณีการจับกุมขยายผลที่เกิดขึ้นเเพร่หลายเหล่านี้ยิ่งย้ำให้เห็นว่า ขบวนการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์นั้นกระทำการโดยเปิดเผย แพร่หลาย ไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมาย ตรงกันข้ามกับการขายบุหรี่ถูกกฎหมายที่มีกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขควบคุมการแสดงสินค้า ดังนั้น ภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่จึงไม่ใช่เพียงการปราบปราม สร้างความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับร้านค้าหรือเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือ “ขันน็อต” ระบบทั้งโครงสร้าง ปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบช่องทางออนไลน์ ซึ่งกำลัง เพื่อทำให้บ้านของเราแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยจากเครือข่ายการค้าผิดกฎหมายในระยะยาว ขอบคุณที่มา: https://www.naewna.com/
อ่านต่อ
เรื่อง ขอเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ครั้งที่ 2
ข่าวสารเพื่อสมาชิกตามที่สมาคมฯ ได้เรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันศุกร์ ที่10 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ทางออนไลน์ VDO Conference ผ่าน Zoom แอพพลิเคชั่น เนื่องจาก มีสมาชิกเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมได้ นั้น สมาคมฯ จึงขอปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ ข้อ 31 ซึ่งกำหนดว่า กรณีการประชุมในครั้งแรก มีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมให้บอกกล่าวนัดประชุมใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันประชุมใหญ่คราวแรกใน การประชุมใหญ่คราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม จึงเรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาชิก ครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. รูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom แอพพลิเคชั่น จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอความกรุณาท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน จะเป็นพระคุณยิ่ง กรุณาตอบกลับสมาคมฯภายในวันที่ 21 เมษายน 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์: โทรศัพท์: 02 516 3958, 094 172 4419, 094 285 9448อีเมล: info@ttta.or.th
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส