จับตานโยบายเชิงรุก สมาคมการค้ายาสูบไทย แก้ไขปัญหาแบบตรงเป้า
ปัญหายาสูบเป็นความท้าทายที่มีมาช้านานของอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นเสมือนไม้เบื่อไม้เมาให้กับเศรษฐกิจของไทย แน่นอนว่ายาสูบเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ขณะที่ยาสูบก็เป็นตัวปัญหาที่ก่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพให้กับประชากรของประเทศ อีกทั้งธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ล้วนแล้วแต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับนโยบาย กฎระเบียบที่บังคับใช้จนขาดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการทะลักเข้าของบุหรี่เถื่อนเนื่องจากการกำหนดราคาขายที่สูงขึ้นตามข้อกฎหมาย เหล่านี้เป็นปัญหาที่ไม่ต่างจากปัญหาไก่กับไข่ ประเด็นนี้ TheReporterAsia จะพาไปรู้จักกับแนวคิดของการทำงานเชิงรุกเพื่อไขปัญหาที่กล่าวมา จาก “พี่ณี” หรือ นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการ สมาคมการค้ายาสูบไทย หญิงคนใหม่
นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่ง ด้วยความที่มีพื้นฐานมาจากสภาหอการค้าอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีและกฎระเบียบ ทำให้เมื่อเข้ามารับตำแหน่งในสมาคมการค้ายาสูบไทย จึงต้องการเน้นไปที่การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ในการผลักดันปัญหาต่าง ๆ ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังจะนำประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายภาษีเข้ามาช่วยผลักดันให้ปัญหาลุล่วง
โดยจะนำแนวนโยบายต่าง ๆ ที่เคยจัดทำให้กับ สภาหอการค้าอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในภาคอุตสาหกรรมใหญ่ ทั้งส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงยาสูบด้วย ซึ่งก็จะได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาสานต่อเมื่อมาอยู่ที่สมาคมการค้ายาสูบไทย ก็คาดว่าจะสามารถประสบผลสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
ครึ่งปีที่ผ่านมา เราเห็นว่าในส่วนของยาสูบยังมีปัญหาที่ท้าทายและน่าศึกษาเชิงลึก พอเราศึกษาเชิงลึกในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยเฉพาะ เราจะเห็นว่ามีส่วนของการควบคุม ผ่านทาง พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งเราจะต้องศึกษาดูว่า พรบ.ฉบับนี้มีความเกี่ยวโยง และมีความสำคัญที่เราจะต้องตระหนักถึงอะไรบ้าง ซึ่งหลัก ๆ ที่เราเห็นตอนนี้ คือเรื่องบุหรี่เถื่อน ที่ค่อยข้างมีความรุนแรงมากขึ้นพอสมควร ทำให้ในปีนี้เราจะต้องมีการผลักดันเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องจากที่มีการทำอยู่แล้วในช่วงปีที่ผ่านมา
กลยุทธ์เชิงรุก แก้ปัญหาการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อน
ในปีนี้ ส่วนแรกเราจะผลักดันและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในเชิงรุก จากที่เคยทำเพียงแค่ส่งหนังสือเข้าไปยังองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เราจะปรับรูปแบบในการเข้าไปพบปะพูดคุยในเชิงรุก ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันด้านการปราบปรามการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
แนวทางการขึ้นภาษีบุหรี่ ทำให้บุหรี่ถูกฎหมายมีราคาที่สูงขึ้น เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้สูบจึงนิยมไปสูบในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งก็คือบุหรี่เถื่อน และส่งผลให้ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดลง และส่งผลกระทบต่อไปยังเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบที่ขายใบยาสูบได้ในปริมาณที่ลดลง ซึ่งเมื่อศึกษาดูข้อมูลแล้ว เจตนารมณ์ของกฎหมายการเพิ่มภาษียาสูบแล้วจะเห็นว่าเป็นการมุ่งเน้นเรื่องของสุขภาพเป็นหลัก
ขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยาสูบนั้น เมื่อทำถูกฎหมายแล้วแต่กลับถูกลดทอนความสามารถในการแข่งขันด้านราคากับบุหรี่เถื่อนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้บางร้านอาจจะมีการตัดสินใจลักลอบนำบุหรี่เถื่อนเข้ามาจำหน่าย ในขณะที่บางร้านก็เกรงกลัวและไม่กล้าที่จะนำเข้ามาขาย กลายเป็นปัญหาต่อเนื่องที่เกิดขึ้นตามมา
ประเด็นแรกในความตั้งใจของเราจึงเป็นความมุ่งมั่นที่จะทำงานในเชิงรุก เพื่อประสานไปยังหน่วยงานปราบปรามและส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกวดขันและจับกุมบุหรี่เถื่อนที่เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการผลักดันที่เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นหัวใจสำคัญที่เราจะผลักดัน ประเด็นที่สอง เป็นส่วนของโครงการที่ช่วยรณรงค์ให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หลีกเลี่ยงในการสูบบุหรี่ ซึ่งจะเป็นการรณรงค์ผ่านแคมเปญ “โชว์การ์ด” เพื่อรณรงค์ของความร่วมมือผ่านเพื่อนร้านค้าสมาชิก ในการที่จะไม่จำหน่ายบุหรี่ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
ปัญหาการสูบบุหรี่ในเด็กและเยาวชนยังเป็นเรื่องที่สังคมไทยมีความกังวล จากผลสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร ปี 2564 พบว่ายังมีเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปีกว่า 260,000 คน หรือประมาณ ร้อยละ 6.2 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 15 ปีในประเทศไทยเป็นผู้สูบบุหรี่ แน่นอนว่าคนในสังคมส่วนหนึ่งก็มองมาที่ร้านค้าว่าเป็นต้นเหตุที่ปล่อยให้มีการขายบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทให้กับกลุ่มเยาวชนได้
โดยช่วงที่ผ่านมา เราได้ออกพบปะสมาชิกสมาคมฯ เพื่อทำความเข้าใจในการงดจำหน่ายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งจากการสำรวจกลุ่มสมาชิกพันกว่าราย พบว่ามีความเข้าใจในการทำได้ถูกต้องตามกฎหมายราว 80% ขณะที่อีกราว 20% ก็อาจจะยังไม่มีความเข้าสักเท่าไหร่ ซึ่งก็จะดำเนินการรณรงค์ต่อไปในปี 2566 นี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การสำรวจยังพบว่ากลุ่มร้านค้าทั่วไป ยังไม่มีความเข้าใจในส่วนของวิชาการ กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาสูบมากนัก ซึ่งเราก็จะพยายามส่งเสริมและให้ความรู้เพื่อให้ผู้ค้ามีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการจำหน่ายยาสูบต่อไป
ทั้งนี้ในอุตสาหกรรมยาสูบ ส่วนใหญ่จะเป็นการขับเคลื่อนด้วยร้านค้าปลีก ร้านค้ารายย่อยทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งเขาก็อาจจะไม่มีความสนใจในด้านความรู้ จุดนี้เราจึงต้องประสานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ร้านค้าเกิดการตระหนักรู้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดความมั่นคงด้านการค้ายาสูบมากขึ้นตามไปด้วย
"เราพยายามจะทำให้แตกต่างจากที่ผ่านมา โดยการเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น"
การค้ายาสูบไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย ควรได้รับการสนับสนุนเหมือนกับภาคธุรกิจอื่น ๆ แต่เนื่องจากในธุรกิจยาสูบมีรายย่อย ๆ เยอะ นอกจากการที่ความรู้ความเข้าใจด้านการทำธุรกิจยาสูบที่ถูกต้องยังมีอยู่น้อยแล้ว การที่เราจะเข้าไปพบปะหารือกับรายย่อย ๆ ตลอดจนการรวบรวมประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็ดี ทำให้เรายังไม่เข้าใจได้ลึกซึ้งมากพอ ซึ่งยังมีความไม่เข้าใจของร้านค้าทำให้เราไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงจากร้านค้าที่เราจะต้องเข้าไปแก้ปัญหา ทำให้สัดส่วนในประเด็นปัญหาที่เราได้จากทั้งรายใหญ่ที่มีเข้ามาเยอะ และรายย่อยที่ยังมีไม่มากพอ
ในฐานะที่เรามาจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการค้าส่ง-ค้าปลีก ของสภาหอการค้าฯ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนด้านการค้าในภาพใหญ่ของประเทศไทย ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกทำให้เราสามารถส่งต่อประเด็นปัญหาต่าง ๆ ผ่านไปยังคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเราผลักดันประเด็นปัญหาที่เรามี และอาจจะมีการเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว ตลอดจนการทำหนังสือนำส่งปัญหาเสนอต่อประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยต่อไปในอนาคต
อนึ่ง การจำแนก บุหรี่เถื่อน แบ่งออกเป็น 3 ประเภทที่สำคัญ 1 บุหรี่ที่ผลิตในต่างประเทศแต่ลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ผ่านขึ้นตอนทางภาษี ทำให้ต้นทุนต่ำ แต่เสี่ยงความเสียหายระหว่างการขนส่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้สูบได้จากการปนเปื้อนเชื้อที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษาและขนส่งผิดวิธี 2 บุหรี่ที่มีการหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศ ผ่านกระบวนการทางภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดย 1 คนไทยสามารถหิ้วบุหรี่กลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน200มวนหรือ 1 คอตตอน และ 3 บุหรี่ที่ผลิตขึ้นมาแบบผิดกฎหมาย หรือไม่ผ่านขึ้นตอนการผลิตมาตรฐานแต่อย่างใด ซึ่งนับว่าเป็นประเภทยาสูบที่มีความอันตรายต่อผู้สูบมากที่สุด
ขณะที่โครงสร้างการจัดเก็บภาษีบุหรี่ มีด้วยกัน 2 อัตรา แบ่งเป็นบุหรี่ที่มีการจำหน่ายไม่เกินซองละ 72 บาท คิดภาษีเพิ่มในอัตราร้อยละ 25 และบุหรี่ที่มีราคาจำหน่ายเกิน 72 บาท จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มในอัตราร้อยละ 42 โดยเริ่มมีการจัดเก็บมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยคาดว่าจะมีการกำหนดโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ราวต้นปี 2566 เพื่อพิจารณาการจัดเก็บที่รอบด้านมากขึ้น สะท้อนด้านการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ สุขภาพประชาชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาบุหรี่เถื่อนที่ทะลักเข้ามาจากราคาบุหรี่ที่แพงขึ้น
ขอบคุณที่มา : https://thereporter.asia/2023/01/17/ttta/
ข่าวน่าสนใจ
กองทัพเรือ คุมเข้มชายแดน! สกัดบุหรี่เถื่อน ยึดของกลาง 324 แท่ง มูลค่ากว่า 2 ล้าน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้จัดกำลังลาดตระเวนซุ่มตรวจในเวลากลางวัน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในพงหญ้า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นบุหรี่ต่างประเทศลักลอบนำเข้า จำนวน 324 แท่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,944,000 บาท หน่วยได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านแหลม เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือ ยืนยัน การคุมเข้มพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการเชิงรุกในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชายแดนถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณที่มา: https://thainews.prd.go.th/
อ่านต่อ
ทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าข้ามชายแดน
ข่าวเด่นทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายชายแดนต่อเนื่อง โต้ข่าวบิดเบือนทำลายความเชื่อมั่น ยันไม่ปกป้องคนผิด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าจากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างว่ากองทัพเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ ข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติในพื้นที่ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ในช่วงปีงบประมาณนี้ (ตุลาคม 2568) จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจพบและจับกุมการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหาจำนวน 872 คน เป็นชาวต่างชาติ 848 คน ชาวไทย 24 คน ครอบคลุมทั้งการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ขนสินค้าข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ต่างประเทศ สุราแช่ สินค้าเกษตร จักรยานยนต์ มูลค่าความเสียกว่า 16 ล้านบาท และยาเสพติด โดยเป็นยาบ้า 1234 เม็ด ยาไอซ์ 18.322 กิโลกรัม เคตามีน และยาอี อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ผลการปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากองทัพเรือมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลย และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับการกระทำผิดแต่อย่างใด และขอยืนยันนโยบายสำคัญว่า “จะไม่ยอมให้มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด” หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างถึงที่สุด ในด้านมาตรการควบคุมชายแดน กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ การควบคุมและปิดด่านในพื้นที่เสี่ยงอย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้กระทำผิดพยายามใช้หลบเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกกรณี เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการกระทำที่เป็นการทรมาน หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว กองทัพเรือขอย้ำว่าการรักษาความมั่นคงชายแดนจะต้องปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง และอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่หลงเชื่อข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด กองทัพเรือจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นอกจากนี้ พล.ร.ต. ปารัช โฆษกกองทัพเรือ ยังเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสารว่ามีอดีตข้าราชการของกองทัพเรือ และข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสนั้น กองทัพเรือขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกองทัพเรือให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก กองทัพเรือมีเจตนาชัดเจนที่จะเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดยจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้กองทัพเรือ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงรวมถึงการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้คดีมีความกระจ่าง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำรงไว้ซึ่งวินัย ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์กรอย่างเคร่งครัด ขอบคุณที่มา: https://mgronline.com/
อ่านต่อ
บุหรี่เถื่อน ศึกธุรกิจ งานท้าทายรัฐฯ กับช่องโหว่ออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นอกจากความมั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ปัญหาความมั่นคงภายในประเทศก็เป็นอีกเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ อย่างการลงพื้นที่แถลงข่าวด้วยตนเองภายหลังการปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ และยึดของกลางได้กว่า 20 ล้านมวน นับเป็นการจับกุมที่ได้ของกลางมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี การลงพื้นที่ด้วยตัวเองของผู้นำรัฐบาลไม่เพียงเป็นสัญญาณของความจริงจังในการปราบปราม แต่ยังสะท้อนว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือการหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น หากแต่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศด้วย โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ระบุว่า การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เงินจากการค้าผิดกฎหมายมักถูกนำไปสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว ในระดับภูมิภาค รายงานของสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียนก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยกระดับมาตรการรับมือกับการค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมองว่าการค้าผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้งสินค้าประเภทยา น้ำมัน ยาสูบ เป็นต้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาและเสถียรภาพของประเทศสมาชิก สำหรับประเทศไทย ปัญหาบุหรี่เถื่อนมีขนาดใหญ่อย่างน่ากังวล ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการบริโภคบุหรี่ทั้งหมดในประเทศ หรือคิดเป็นปริมาณเทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์ราว 700 ตู้ต่อปี ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ปัญหานี้ยังสร้างความท้าทายต่อการกำกับดูแลตลาด การคุ้มครองสุขภาพของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายที่บุหรี่เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายออนไลน์ แต่กลับพบบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอมขายจำนวนมากบนสื่อโซเชียล คำถามสำคัญที่ยังคงต้องหาคำตอบคือ บุหรี่เถื่อนจำนวนมหาศาลเหล่านี้ที่หลุดลอดเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวัน ถูกส่งกระจายให้กับผู้ขายรายย่อยและผู้ซื้อทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ว่าการกำกับดูแล “ตลาดออนไลน์” ยังมี “ช่องโหว่” ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านกฎหมายที่ขาดการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่กลุ่มผู้ลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายใช้ในการโฆษณาและจำหน่ายสินค้า รวมถึงเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าเยาวชนอย่างผิดกฎหมาย และแพลตฟอร์มออนไลน์ เหล่านี้ยังเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายสามารถถูกเคลื่อนย้ายส่งต่อผ่านระบบขนส่งภายในประเทศได้อย่างคล่องตัว โดยไร้การตรวจสอบจากหน่วยงานขนส่งพัสดุใด ๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ปัญหาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายกระจายตัวแพร่หลายและทวีความรุนเเรงมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวอย่างที่ทำให้การซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายพบเห็นได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ เพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาเข้าแพลตฟอร์มยอดฮิตของคนไทยหลาย ๆ แพลตฟอร์ม และค้นหาด้วยคำค้นหาง่าย ๆ อย่าง บุหรี่พร้อมส่ง หรือ ค้นด้วยชื่อยี่ห้อบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม ก็สามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้แล้ว โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ซื้อคือใคร อายุถึงเกณฑ์หรือไม่ เพียงค้นหาเจอผู้ขาย เลือกสินค้า ยืนยันคำสั่งซื้อแล้วรอรับของที่ต้องการที่บ้านได้เลย เพราะผู้ค้าบุหรี่เหล่านี้เขามีบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อีกมุมที่ยืนยันว่าการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนในช่องทางออนไลน์นั้นทวีความรุนแรงมากคือเราพบเห็นการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่กับขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีการจับกุมครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ CIB ในหลายโอกาส เช่น เมื่อเดือนมกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้ขยายผลจากการสืบสวนเครือข่ายค้าบุหรี่ในช่องทางออนไลน์จนสามารถเข้าทลายขบวนการส่งบุหรี่หนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านขนส่งไปรษณีย์ยึดของกลาง ณ ขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีได้กว่า 48,810 ซอง คิดมูลค่าความเสียหายกว่า 45 ล้านบาท ถัดมาคือเมื่อเดือนกันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับขบวนการส่งด่วนบุหรี่เถื่อนขายออนไลน์ส่งทั่วประเทศ โดยเข้ายึดของกลางมากกว่า 1 แสนซอง มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ณ จังหวัดสงขลา ในขณะที่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้แกะรอยออนไลน์จนพบเบาะแสการขนบุหรี่เถื่อนผ่านระบบพัสดุ และเข้าบุกอายัดกล่องพัสดุต้องสงสัยกว่า 700 ชิ้น ณ ศูนย์คัดแยกไปรษณีย์หาดใหญ่ กรณีการจับกุมขยายผลที่เกิดขึ้นเเพร่หลายเหล่านี้ยิ่งย้ำให้เห็นว่า ขบวนการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์นั้นกระทำการโดยเปิดเผย แพร่หลาย ไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมาย ตรงกันข้ามกับการขายบุหรี่ถูกกฎหมายที่มีกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขควบคุมการแสดงสินค้า ดังนั้น ภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่จึงไม่ใช่เพียงการปราบปราม สร้างความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับร้านค้าหรือเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือ “ขันน็อต” ระบบทั้งโครงสร้าง ปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบช่องทางออนไลน์ ซึ่งกำลัง เพื่อทำให้บ้านของเราแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยจากเครือข่ายการค้าผิดกฎหมายในระยะยาว ขอบคุณที่มา: https://www.naewna.com/
อ่านต่อ
เรื่อง ขอเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ครั้งที่ 2
ข่าวสารเพื่อสมาชิกตามที่สมาคมฯ ได้เรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันศุกร์ ที่10 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ทางออนไลน์ VDO Conference ผ่าน Zoom แอพพลิเคชั่น เนื่องจาก มีสมาชิกเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมได้ นั้น สมาคมฯ จึงขอปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ ข้อ 31 ซึ่งกำหนดว่า กรณีการประชุมในครั้งแรก มีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมให้บอกกล่าวนัดประชุมใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันประชุมใหญ่คราวแรกใน การประชุมใหญ่คราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม จึงเรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาชิก ครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. รูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom แอพพลิเคชั่น จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอความกรุณาท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน จะเป็นพระคุณยิ่ง กรุณาตอบกลับสมาคมฯภายในวันที่ 21 เมษายน 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์: โทรศัพท์: 02 516 3958, 094 172 4419, 094 285 9448อีเมล: info@ttta.or.th
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส