จับตานโยบายเชิงรุก สมาคมการค้ายาสูบไทย แก้ไขปัญหาแบบตรงเป้า
ปัญหายาสูบเป็นความท้าทายที่มีมาช้านานของอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นเสมือนไม้เบื่อไม้เมาให้กับเศรษฐกิจของไทย แน่นอนว่ายาสูบเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ ขณะที่ยาสูบก็เป็นตัวปัญหาที่ก่อเกิดปัญหาด้านสุขภาพให้กับประชากรของประเทศ อีกทั้งธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ล้วนแล้วแต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับนโยบาย กฎระเบียบที่บังคับใช้จนขาดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการทะลักเข้าของบุหรี่เถื่อนเนื่องจากการกำหนดราคาขายที่สูงขึ้นตามข้อกฎหมาย เหล่านี้เป็นปัญหาที่ไม่ต่างจากปัญหาไก่กับไข่ ประเด็นนี้ TheReporterAsia จะพาไปรู้จักกับแนวคิดของการทำงานเชิงรุกเพื่อไขปัญหาที่กล่าวมา จาก “พี่ณี” หรือ นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการ สมาคมการค้ายาสูบไทย หญิงคนใหม่
นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่ง ด้วยความที่มีพื้นฐานมาจากสภาหอการค้าอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายภาษีและกฎระเบียบ ทำให้เมื่อเข้ามารับตำแหน่งในสมาคมการค้ายาสูบไทย จึงต้องการเน้นไปที่การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ในการผลักดันปัญหาต่าง ๆ ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม อีกทั้งยังจะนำประสบการณ์กว่า 30 ปี ที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายภาษีเข้ามาช่วยผลักดันให้ปัญหาลุล่วง
โดยจะนำแนวนโยบายต่าง ๆ ที่เคยจัดทำให้กับ สภาหอการค้าอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในภาคอุตสาหกรรมใหญ่ ทั้งส่วนของอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงยาสูบด้วย ซึ่งก็จะได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาสานต่อเมื่อมาอยู่ที่สมาคมการค้ายาสูบไทย ก็คาดว่าจะสามารถประสบผลสำเร็จได้ตามเป้าหมาย
ครึ่งปีที่ผ่านมา เราเห็นว่าในส่วนของยาสูบยังมีปัญหาที่ท้าทายและน่าศึกษาเชิงลึก พอเราศึกษาเชิงลึกในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยเฉพาะ เราจะเห็นว่ามีส่วนของการควบคุม ผ่านทาง พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ซึ่งเราจะต้องศึกษาดูว่า พรบ.ฉบับนี้มีความเกี่ยวโยง และมีความสำคัญที่เราจะต้องตระหนักถึงอะไรบ้าง ซึ่งหลัก ๆ ที่เราเห็นตอนนี้ คือเรื่องบุหรี่เถื่อน ที่ค่อยข้างมีความรุนแรงมากขึ้นพอสมควร ทำให้ในปีนี้เราจะต้องมีการผลักดันเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องจากที่มีการทำอยู่แล้วในช่วงปีที่ผ่านมา
กลยุทธ์เชิงรุก แก้ปัญหาการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อน
ในปีนี้ ส่วนแรกเราจะผลักดันและประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในเชิงรุก จากที่เคยทำเพียงแค่ส่งหนังสือเข้าไปยังองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เราจะปรับรูปแบบในการเข้าไปพบปะพูดคุยในเชิงรุก ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันด้านการปราบปรามการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
แนวทางการขึ้นภาษีบุหรี่ ทำให้บุหรี่ถูกฎหมายมีราคาที่สูงขึ้น เมื่อราคาสูงขึ้น ผู้สูบจึงนิยมไปสูบในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งก็คือบุหรี่เถื่อน และส่งผลให้ยอดขายบุหรี่ถูกกฎหมายลดลง และส่งผลกระทบต่อไปยังเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบที่ขายใบยาสูบได้ในปริมาณที่ลดลง ซึ่งเมื่อศึกษาดูข้อมูลแล้ว เจตนารมณ์ของกฎหมายการเพิ่มภาษียาสูบแล้วจะเห็นว่าเป็นการมุ่งเน้นเรื่องของสุขภาพเป็นหลัก
ขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยาสูบนั้น เมื่อทำถูกฎหมายแล้วแต่กลับถูกลดทอนความสามารถในการแข่งขันด้านราคากับบุหรี่เถื่อนเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้บางร้านอาจจะมีการตัดสินใจลักลอบนำบุหรี่เถื่อนเข้ามาจำหน่าย ในขณะที่บางร้านก็เกรงกลัวและไม่กล้าที่จะนำเข้ามาขาย กลายเป็นปัญหาต่อเนื่องที่เกิดขึ้นตามมา
ประเด็นแรกในความตั้งใจของเราจึงเป็นความมุ่งมั่นที่จะทำงานในเชิงรุก เพื่อประสานไปยังหน่วยงานปราบปรามและส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกวดขันและจับกุมบุหรี่เถื่อนที่เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการผลักดันที่เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นหัวใจสำคัญที่เราจะผลักดัน ประเด็นที่สอง เป็นส่วนของโครงการที่ช่วยรณรงค์ให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หลีกเลี่ยงในการสูบบุหรี่ ซึ่งจะเป็นการรณรงค์ผ่านแคมเปญ “โชว์การ์ด” เพื่อรณรงค์ของความร่วมมือผ่านเพื่อนร้านค้าสมาชิก ในการที่จะไม่จำหน่ายบุหรี่ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
ปัญหาการสูบบุหรี่ในเด็กและเยาวชนยังเป็นเรื่องที่สังคมไทยมีความกังวล จากผลสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร ปี 2564 พบว่ายังมีเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปีกว่า 260,000 คน หรือประมาณ ร้อยละ 6.2 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 15 ปีในประเทศไทยเป็นผู้สูบบุหรี่ แน่นอนว่าคนในสังคมส่วนหนึ่งก็มองมาที่ร้านค้าว่าเป็นต้นเหตุที่ปล่อยให้มีการขายบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทให้กับกลุ่มเยาวชนได้
โดยช่วงที่ผ่านมา เราได้ออกพบปะสมาชิกสมาคมฯ เพื่อทำความเข้าใจในการงดจำหน่ายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งจากการสำรวจกลุ่มสมาชิกพันกว่าราย พบว่ามีความเข้าใจในการทำได้ถูกต้องตามกฎหมายราว 80% ขณะที่อีกราว 20% ก็อาจจะยังไม่มีความเข้าสักเท่าไหร่ ซึ่งก็จะดำเนินการรณรงค์ต่อไปในปี 2566 นี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การสำรวจยังพบว่ากลุ่มร้านค้าทั่วไป ยังไม่มีความเข้าใจในส่วนของวิชาการ กฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาสูบมากนัก ซึ่งเราก็จะพยายามส่งเสริมและให้ความรู้เพื่อให้ผู้ค้ามีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการจำหน่ายยาสูบต่อไป
ทั้งนี้ในอุตสาหกรรมยาสูบ ส่วนใหญ่จะเป็นการขับเคลื่อนด้วยร้านค้าปลีก ร้านค้ารายย่อยทั่วไปเป็นหลัก ซึ่งเขาก็อาจจะไม่มีความสนใจในด้านความรู้ จุดนี้เราจึงต้องประสานกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ร้านค้าเกิดการตระหนักรู้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดความมั่นคงด้านการค้ายาสูบมากขึ้นตามไปด้วย
"เราพยายามจะทำให้แตกต่างจากที่ผ่านมา โดยการเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นให้เกิดรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น"
การค้ายาสูบไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย ควรได้รับการสนับสนุนเหมือนกับภาคธุรกิจอื่น ๆ แต่เนื่องจากในธุรกิจยาสูบมีรายย่อย ๆ เยอะ นอกจากการที่ความรู้ความเข้าใจด้านการทำธุรกิจยาสูบที่ถูกต้องยังมีอยู่น้อยแล้ว การที่เราจะเข้าไปพบปะหารือกับรายย่อย ๆ ตลอดจนการรวบรวมประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็ดี ทำให้เรายังไม่เข้าใจได้ลึกซึ้งมากพอ ซึ่งยังมีความไม่เข้าใจของร้านค้าทำให้เราไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริงจากร้านค้าที่เราจะต้องเข้าไปแก้ปัญหา ทำให้สัดส่วนในประเด็นปัญหาที่เราได้จากทั้งรายใหญ่ที่มีเข้ามาเยอะ และรายย่อยที่ยังมีไม่มากพอ
ในฐานะที่เรามาจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการค้าส่ง-ค้าปลีก ของสภาหอการค้าฯ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนด้านการค้าในภาพใหญ่ของประเทศไทย ในฐานะที่เราเป็นสมาชิกทำให้เราสามารถส่งต่อประเด็นปัญหาต่าง ๆ ผ่านไปยังคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเราผลักดันประเด็นปัญหาที่เรามี และอาจจะมีการเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมการชุดดังกล่าว ตลอดจนการทำหนังสือนำส่งปัญหาเสนอต่อประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยต่อไปในอนาคต
อนึ่ง การจำแนก บุหรี่เถื่อน แบ่งออกเป็น 3 ประเภทที่สำคัญ 1 บุหรี่ที่ผลิตในต่างประเทศแต่ลักลอบนำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ผ่านขึ้นตอนทางภาษี ทำให้ต้นทุนต่ำ แต่เสี่ยงความเสียหายระหว่างการขนส่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับผู้สูบได้จากการปนเปื้อนเชื้อที่เกิดขึ้นระหว่างการเก็บรักษาและขนส่งผิดวิธี 2 บุหรี่ที่มีการหิ้วเข้ามาจากต่างประเทศ ผ่านกระบวนการทางภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดย 1 คนไทยสามารถหิ้วบุหรี่กลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ไม่เกิน200มวนหรือ 1 คอตตอน และ 3 บุหรี่ที่ผลิตขึ้นมาแบบผิดกฎหมาย หรือไม่ผ่านขึ้นตอนการผลิตมาตรฐานแต่อย่างใด ซึ่งนับว่าเป็นประเภทยาสูบที่มีความอันตรายต่อผู้สูบมากที่สุด
ขณะที่โครงสร้างการจัดเก็บภาษีบุหรี่ มีด้วยกัน 2 อัตรา แบ่งเป็นบุหรี่ที่มีการจำหน่ายไม่เกินซองละ 72 บาท คิดภาษีเพิ่มในอัตราร้อยละ 25 และบุหรี่ที่มีราคาจำหน่ายเกิน 72 บาท จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มในอัตราร้อยละ 42 โดยเริ่มมีการจัดเก็บมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยคาดว่าจะมีการกำหนดโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ราวต้นปี 2566 เพื่อพิจารณาการจัดเก็บที่รอบด้านมากขึ้น สะท้อนด้านการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ สุขภาพประชาชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาบุหรี่เถื่อนที่ทะลักเข้ามาจากราคาบุหรี่ที่แพงขึ้น
ขอบคุณที่มา : https://thereporter.asia/2023/01/17/ttta/
ข่าวน่าสนใจ
สถิตในดวงใจประชาตราบนิรันดร์
วันสำคัญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพันข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ สมาคมการค้ายาสูบไทย
อ่านต่อ
สมาคมยาสูบไทยจี้ดีอีเอส ปิดเพจ-คีย์เวิร์ดสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนนางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์บุหรี่เถื่อนในประเทศก็ยังน่าห่วงโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ แม้ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรจะดำเนินการปราบบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องการเห็นความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จากผลการวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 พบโพสต์เกี่ยวกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 1,240 โพสต์ ตลอดช่วง 3เดือน โดยเป็นโพสต์ที่มีเนื้อหาเป็นกลาง มุ่งเน้นเพื่อการซื้อขายโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าสนใจคือแพลตฟอร์มที่มีจำนวนโพสต์มากที่สุดไม่ใช่ X (Twitter) ที่เคยครองอันดับหนึ่งในการสำรวจครั้งก่อนแต่เป็น Facebook Groups ที่พบมากถึง 1,096 โพสต์ ตามด้วย X (Twitter) จำนวน 753 โพสต์ รวมถึงโพสต์บนบัญชีผู้ใช้ส่วนตัว เพจต่าง ๆ และ Marketplace บน Facebook นอกจากนี้ กลุ่มบน Facebook ยังเป็นที่ที่ได้รับการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงที่สุดเช่นกัน ผลการวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย “ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดมืดออนไลน์อย่างชัดเจน ในช่วงต้นของการศึกษาเดือนตุลาคม 2568 บทสนทนาปรากฏบนแพลตฟอร์มเปิดอย่าง X (Twitter) มากที่สุดและทยอยลดลง จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2568 บทสนทนาการซื้อขายได้ขยับเข้าสู่ Facebook Groups และคอมมูนิตี้แบบปิดมากขึ้น เนื่องจากชุมชนกลุ่มปิดเหล่านี้สามารถสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่เน้นความไว้วางใจ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้ดีกว่าแพลตฟอร์มเปิด Facebook Groups จึงทำหน้าที่เสมือนศูนย์กลางการขายบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขายแบบแยกซองและแบบยกคอตตอน” อย่างไรก็ดี บทสนทนาส่วนใหญ่ที่พบเกิดจากฝั่งผู้ขายที่พยายามใช้เทคนิคดึงดูดลูกค้า ด้วยการโพสต์ขายสินค้าเน้นการขายเชิงปริมาณยกคอตตอนมากกว่าแยกขายเป็นซอง โดยราคาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอยู่ในช่วง 200 – 299 บาทต่อคอตตอน มีจุดขายหลักคือเน้นรสชาติหลากหลาย ควบคู่กับการใช้คีย์เวิร์ดว่าบุหรี่นอก หรือบุหรี่ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความพรีเมียม สื่อสารว่าผู้ซื้อจะได้ของคุณภาพดีในราคาถูก ขณะเดียวกันยังสร้างภาพลักษณ์บุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศว่าราคาแพง และกลิ่นไม่น่าดึงดูดเท่าเมื่อเทียบกับตัวเลือกในตลาดผิดกฎหมาย ข้อความเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องในทุกโพสต์ เพื่อดึงดูดผู้ซื้อเข้าไปทำธุรกรรมซื้อขายในช่องทางการติดต่อส่วนบุคคล เช่น LINE อย่างต่อเนื่อง นางสาวธัญญศรัณ กล่าวอีกว่า ความไว้วางใจคือแกนหลักของการขายออนไลน์ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเทคนิคในการสร้างความไว้วางใจในการซื้อขาย เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ซื้อ ซึ่งงานวิจัยพบการพูดถึงประเด็นการโกงหรือสแกมเมอร์มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ซื้อระมัดระวังการโอนเงินมากขึ้นด้วย ผู้ขายจึงปรับตัวโดยใช้การเก็บเงินปลายทาง หรือการเชิญชวนเข้ากลุ่มปิด เพื่อสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่เน้นความไว้วางใจ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้ พร้อมทั้งลงรูปโชว์สต็อกจำนวนมากหรือภาพคลังสินค้า เพื่อยืนยันว่ามีของจริง และพร้อมจัดส่ง สื่อถึงซัพพลายที่เสถียร ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าตามที่สั่งแน่นอนนอกจากนี้ยังมีโปรโมชันเพื่อส่งเสริมการซื้อยกคอตตอนด้วยราคาพิเศษ เน้นความคุ้มค่า เพื่อจูงใจ อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่ากังวลคือการติดแฮชแท็กสถานที่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ทั้งจากฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มการเข้าถึงของโพสต์สู่ผู้ใช้แพลตฟอร์มทั่วไปในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย อีกทั้งยังพบการติดแฮชแท็กสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขายที่กำลังตามหาของ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฮชแท็กพิกัดเป็นตัวเพิ่มโอกาสในการปิดการซื้อขาย และอาจเป็นการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” ข้อมูลจากผลการสำรวจของสมาคมการค้ายาสูบไทยสอดคล้องกับสิ่งที่กรมศุลกากรให้ข้อมูลที่พบว่ารูปแบบพฤติการณ์การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบันเป็นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น กรมศุลกากรจึงได้ปรับแผนการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และนำเทคโนโลยี X-ray มาช่วยตรวจสอบตามศูนย์คัดแยกพัสดุของบริการขนส่งต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่ากังวลคือการติดแฮชแท็กสถานที่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ทั้งจากฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มการเข้าถึงของโพสต์สู่ผู้ใช้แพลตฟอร์มทั่วไปในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย อีกทั้งยังพบการติดแฮชแท็กสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขายที่กำลังตามหาของ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฮชแท็กพิกัดเป็นตัวเพิ่มโอกาสในการปิดการซื้อขาย และอาจเป็นการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง” ข้อมูลจากผลการสำรวจของสมาคมการค้ายาสูบไทยสอดคล้องกับสิ่งที่กรมศุลกากรให้ข้อมูลที่พบว่ารูปแบบพฤติการณ์การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบันเป็นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น กรมศุลกากรจึงได้ปรับแผนการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และนำเทคโนโลยี X-ray มาช่วยตรวจสอบตามศูนย์คัดแยกพัสดุของบริการขนส่งต่าง ๆ “สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กับปัญหาการค้าผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่เถื่อนที่ยังคงวิกฤต โดยมุ่งเน้นไปยังเส้นเลือดใหญ่ ได้แก่ โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม โดยจะต้องเร่งประสานงานปิดกั้นเพจ กลุ่ม คีย์เวิร์ด และโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการค้าบุหรี่เถื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเหล่านี้ถูกกระจายสู่มือผู้บริโภคได้ เพราะตราบใดที่แพลตฟอร์มยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ตลาดมืดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ก็จะยังคงเติบโตต่อไป และที่สำคัญที่สุดคือเปิดช่องให้เยาวชนเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้อย่างง่ายดาย” ขอบคุณที่มา: https://www.thansettakij.com/
อ่านต่อ
กองทัพเรือ คุมเข้มชายแดน! สกัดบุหรี่เถื่อน ยึดของกลาง 324 แท่ง มูลค่ากว่า 2 ล้าน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้จัดกำลังลาดตระเวนซุ่มตรวจในเวลากลางวัน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในพงหญ้า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นบุหรี่ต่างประเทศลักลอบนำเข้า จำนวน 324 แท่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,944,000 บาท หน่วยได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านแหลม เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือ ยืนยัน การคุมเข้มพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการเชิงรุกในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชายแดนถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณที่มา: https://thainews.prd.go.th/
อ่านต่อ
ทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าข้ามชายแดน
ข่าวเด่นทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายชายแดนต่อเนื่อง โต้ข่าวบิดเบือนทำลายความเชื่อมั่น ยันไม่ปกป้องคนผิด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าจากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างว่ากองทัพเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ ข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติในพื้นที่ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ในช่วงปีงบประมาณนี้ (ตุลาคม 2568) จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจพบและจับกุมการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหาจำนวน 872 คน เป็นชาวต่างชาติ 848 คน ชาวไทย 24 คน ครอบคลุมทั้งการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ขนสินค้าข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ต่างประเทศ สุราแช่ สินค้าเกษตร จักรยานยนต์ มูลค่าความเสียกว่า 16 ล้านบาท และยาเสพติด โดยเป็นยาบ้า 1234 เม็ด ยาไอซ์ 18.322 กิโลกรัม เคตามีน และยาอี อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ผลการปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากองทัพเรือมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลย และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับการกระทำผิดแต่อย่างใด และขอยืนยันนโยบายสำคัญว่า “จะไม่ยอมให้มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด” หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างถึงที่สุด ในด้านมาตรการควบคุมชายแดน กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ การควบคุมและปิดด่านในพื้นที่เสี่ยงอย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้กระทำผิดพยายามใช้หลบเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกกรณี เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการกระทำที่เป็นการทรมาน หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว กองทัพเรือขอย้ำว่าการรักษาความมั่นคงชายแดนจะต้องปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง และอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่หลงเชื่อข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด กองทัพเรือจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นอกจากนี้ พล.ร.ต. ปารัช โฆษกกองทัพเรือ ยังเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสารว่ามีอดีตข้าราชการของกองทัพเรือ และข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสนั้น กองทัพเรือขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกองทัพเรือให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก กองทัพเรือมีเจตนาชัดเจนที่จะเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดยจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้กองทัพเรือ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงรวมถึงการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้คดีมีความกระจ่าง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำรงไว้ซึ่งวินัย ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์กรอย่างเคร่งครัด ขอบคุณที่มา: https://mgronline.com/
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส