บุหรี่เถื่อนทะลักพุ่งกว่า 28% 5 จังหวัดภาคใต้ครองแชมป์ วอนรบ.เร่งปราบ ส.ค้าบุหรี่จับตาปิดด่านเขมร เปลี่ยนวิธีขน
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยตัวเลขบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทยพุ่งสูงถึง 28.1% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภาคใต้ 5 จังหวัดยังครองแชมป์บุหรี่เถื่อนสูงสุด เรียกร้องรัฐบาลดำเนินมาตรการแข็งกร้าว เช่นเดียวกับที่ปราบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อช่วยเหลือร้านค้าโชห่วยภาคใต้ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ชาวไร่ยาสูบในภาคเหนือและภาคอีสานซึ่งอยู่ต้นน้ำ และทวงคืนเงินภาษีที่หายไป
ทั้งนี้จากการสำรวจซองบุหรี่เปล่าของอุตสาหกรรมยาสูบ พบว่า อัตราการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 อยู่ที่ 28.1% เพิ่มขึ้น 2.7% จากการสำรวจครั้งก่อนที่ 25.4% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท จังหวัดที่มีความชุกชุมของบุหรี่ผิดกฎหมายมากที่สุดยังอยู่ในภาคใต้ตอนล่าง โดยพบมากที่สุดในจังหวัด สตูล (94.4%) สงขลา (90.8%) พัทลุง (82.3%) ภูเก็ต (73.3%) และนครศรีธรรมราช (61.1%) อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ชายแดนเท่านั้น เพราะแม้แต่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ยังคงติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แม้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 กรมสรรพสามิตจะปราบปรามผู้กระทำผิดได้มากขึ้น
นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลอีกคือ การสำรวจครั้งนี้พบบุหรี่เถื่อนจากประเทศกัมพูชาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งบุหรี่เหล่านี้มีต้นทุนต่ำ เมื่อถูกลักลอบนำเข้ามาขายในราคาถูก ก็ทำให้ร้านค้าถูกกฎหมายสู้ไม่ได้ เพราะบุหรี่เถื่อนสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบ่งขาย โฆษณา ลดราคา หรือสั่งออนไลน์และส่งพัสดุตรงถึงบ้าน ผิดกับร้านค้าที่มีต้นทุนตั้งแต่การขอใบอนุญาตขายบุหรี่อย่างถูกต้องในทุกๆ ปี

“สัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อน 28.1% นี้ คิดเป็นปริมาณบุหรี่ประมาณ 8,000 ล้านมวน มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 30,000 ล้านบาท ที่สูญหายไปกับการขาดรายได้ของชาวไร่ยาสูบมากกว่า 260 ล้านบาท รายได้ภาษีสรรพสามิตและภาษีอื่นๆ เกือบ 25,000 ล้านบาท และการขาดรายได้ของร้านค้ายาสูบที่ถูกกฎหมายอีกประมาณ 2,300 ล้านบาท”
น.ส.ธัญญศรัณกล่าวว่า สมาคมการค้ายาสูบไทยตั้งข้อสังเกตว่า ต้องจับตาดูผลกระทบของการปิดชายแดนกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบุหรี่เถื่อนเหล่านี้มักถูกขนส่งเข้ามาผ่านจุดผ่อนปรน ช่องทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลตลอดแนวชายแดน จันทบุรี ตราด และสระแก้ว แล้วส่งผ่านไปรษณีย์ไทยหรือขนส่งเอกชนกระจายไปทั่วประเทศ การปิดชายแดนอาจทำให้ขบวนการลักลอบปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อลักลอบนำสินค้าเข้าสู่ประเทศ”
“สมาคมขอเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เพื่อช่วยปกป้องผู้ค้าที่ทำถูกกฎหมายกว่า 400,000 รายทั่วประเทศที่เป็นของไทย โดยมีผลงานที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทบต่อพี่น้องประชาชนแต่ยังไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวต่อการบังคับใช้กฎหมาย เพราะตัวเลขที่ออกมาบอกชัดเจนว่าปัญหาถึงจุดวิกฤตแล้ว และเรารอต่อไปไม่ได้”
ขอบคุณที่มา https://www.matichon.co.th/
ข่าวน่าสนใจ
สมาคมการค้ายาสูบไทยหนุน ภาษีอัตราเดียว คู่ การปราบปรามบุหรี่เถื่อน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสมาคมการค้ายาสูบไทยหนุน “ภาษีอัตราเดียว” คู่ “การปราบปรามบุหรี่เถื่อน” สร้างความเชื่อมั่นโชห่วยกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ สมาคมการค้ายาสูบไทยขานรับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นแบบ “อัตราเดียว” เชื่อหากอัตราภาษีที่เหมาะสมและสมดุล ผนวกกับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายที่เข้มงวดจริงจัง จะสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่น ให้แก่ร้านค้าปลีกถูกกฎหมายกว่า 400,000 ร้านทั่วประเทศอีกด้วย นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าบุหรี่ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ แสดงความขอบคุณต่อความพยายามอันเข้มข้นของหน่วยงานรัฐในการปราบปรามบุหรี่เถื่อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามในการสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมยาสูบ และสร้างประโยชน์แก่ผู้ค้ารายย่อยโดยตรง การประกาศแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ในครั้งนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่กรมฯ จะได้ดูแลธุรกิจรากหญ้าผ่านการกำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสม สร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้ “สมาคมฯ ขอชื่นชมและขอเป็นกำลังใจต่อความพยายามในการปราบปรามบุหรี่เถื่อนของท่านอธิบดีกรมสรรพสามิต ดร. พรชัย เพราะการปราบปรามบุหรี่เถื่อนเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องร้านค้าถูกกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้จะต้องเป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าถูกกฎหมายได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกผลักไปหาของผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ ส่วนโครงสร้างภาษีอัตราเดียวน่าจะมีความเหมาะสมและเป็นสากลเพราะกรมสรรพสามิตคงได้ศึกษาวิจัยมาอย่างดีแล้ว หากเรากำหนดอัตราภาษีที่ไม่สูงเกินไปควบคู่กับการปราบปรามแบบสุดซอย จะสามารถควบคุมตลาด และส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพสุจริต และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวธัญญศรัณ กล่าวว่า “ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้รูปแบบภาษีใด การปราบปรามบุหรี่เถื่อนควรดำเนินต่อไปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับโครงสร้างภาษีของอุตสาหกรรมที่เหมาะสมเพื่อให้รัฐบรรลุเป้าหมายด้านรายได้และการควบคุมสินค้าได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้กับผู้ค้าปลายน้ำที่ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย" ขอบคุณที่มา: https://www.naewna.com/
อ่านต่อ
สรรพสามิต เล็งชง ครม.เก็บภาษีบุหรี่อัตราเดียว ภายในม.ค.69
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสรรพสามิต เตรียมเสนอชงครม.พิจารณา ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จาก 2 อัตรา เหลืออัตราเดียว ภายในก่อนยุบสภา หรือภายใน ม.ค.69 หวังลดช่องว่างราคา–ลดบุหรี่เถื่อน ยกระดับการปราบปราม และเพิ่มรายได้รัฐ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบจากระบบ 2 อัตรา เหลือเพียง “อัตราเดียว" (Single Rate) โดยคาดว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนม.ค.ปี 2569 หรือ ก่อนการยุบสภา ตามกรอบที่รัฐบาลประกาศไว้ วันที่ 31 ม.ค.2569 โดยคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า และทำให้ตลาดยาสูบอยู่บนกลไกที่เป็นธรรมมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพรายได้เข้ารัฐ เป้าหมายของการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ครั้งนี้ เพื่อลดแรงจูงใจผู้ผลิตให้ วิ่งเข้าหาอัตราต่ำกว่า ซึ่งทำให้ราคาตลาดถูกตรึงไว้ที่ช่วง 70-72 บาทต่อซอง และเปิดช่องให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างไม่สมดุล รวมถึงเกิดการลักลอบบุหรี่เถื่อนและการขยายตัวของบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่เป็นกฎกระทรวง ไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ โดยสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาได้ทันที "การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว เป็นกฎกระทรวง ไม่ต้องเข้าสภาฯ โดยสามารถเสนอครม. และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาได้ทันที ก็ประกาศใช้ได้เลย ทั้งนี้จะมีช่วงเวลาปรับตัวหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" นายพรชัย กล่าว อย่างไรก็ตาม แม้จะเปลี่ยนภาษีเป็นอัตราเดียว แต่โครงสร้างตลาดน่าจะไม่เปลี่ยนมาก เพราะอุตสาหกรรมปรับตัวมาต่อเนื่องอยู่แล้ว เนื่องปัจจุบันบุหรี่เทียร์บนลดลงต่อเนื่อง ภาษีหลักที่เก็บได้คือเทียร์ล่าง การปรับเป็นอัตราเดียว โครงสร้างตลาดไม่น่าจะผันผวนมาก และผู้ประกอบการจะมีอิสระตั้งราคามากขึ้น นายพรชัย ระบุว่า การแก้ปัญหาภาษีบุหรี่ต้องทำควบคู่กับการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ซึ่งช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการจับกุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจับได้แล้วกว่า 4,000 คดี ของกลาง 700,000 ซอง หรือราว 14 ล้านมวน รัฐสูญเสียภาษีเกือบ 40 ล้านบาท แต่เก็บค่าปรับได้ประมาณ 500 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า การทำภาษีอัตราเดียวอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องปราบปรามจริงจังเพื่อให้สินค้าหนีภาษี หายไปจากตลาดไทย เป้าหมายไม่ใช่การเพิ่มการบริโภค แต่เป็นการควบคุมสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพให้มีระบบจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรม และลดช่องว่างที่ทำให้เกิดสินค้าทดแทนหรือสินค้าลักลอบ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินชนิดอื่น ปัจจุบัน กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีตามมูลค่าแบ่งเป็น 2 อัตรา คือ หากราคาขายปลีกแนะนำไม่เกินซองละ 72 บาท เสียภาษีตามมูลค่าในอัตรา 25% ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกินซองละ 72 บาท เสียภาษีที่อัตรา 42% ขอบคุณที่มา : https://www.posttoday.com/
อ่านต่อ
ภาครัฐเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์ สอดคล้องข้อกังวลภาคเอกชนต่อวิวัฒนาการกลโกงใหม่
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์อย่างเข้มงวด หลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรับมือกับ “เทคนิคใหม่ๆ” ที่ผู้ขายผิดกฎหมายใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ทั้งการเปลี่ยนคำค้น แฮชแท็ก ตัวย่อ รวมถึงการใช้ภาพสื่อความหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากภาคเอกชน ที่สะท้อนพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ขายสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนในแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ที่แม้จะมีการปิดกั้นคีย์เวิร์ดแล้ว แต่ยังพบการใช้ตัวย่อพร้อมแสดงภาพสินค้าอย่างชัดเจน และสามารถซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมตได้แม้ขัดต่อกฎหมายไทย รัฐมนตรีไชยชนกเปิดเผยว่า กระทรวงได้หารือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้ง LINE, Google และเตรียมนัดหมาย Facebook ในระดับภูมิภาค เพื่อเร่งอุดช่องโหว่การจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย พร้อมขอให้แพลตฟอร์มทบทวนคำนิยาม “โฆษณา” ให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงโฆษณาแบบชำระเงิน (Paid Ads) หลังพบกรณีเว็บไซต์พนันและสินค้าผิดกฎหมายยังคงปรากฏในผลการค้นหา กระทรวงยังเน้นย้ำถึงบทบาทของภาคประชาชนและภาคเอกชนในการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย โดยเฉพาะการใช้แฮชแท็กหรือสัญลักษณ์ที่ผิดปกติ เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมองเห็นปัญหาเดียวกัน และพร้อมร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในการยกระดับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ลดการแพร่ระบาดของสินค้าผิดกฎหมาย และสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นในอนาคต ขอบคุณที่มา: https://www.khaosod.co.th/
อ่านต่อ
ส.ค้ายาสูบไทยร้องก.ดีอี จี้ Facebook เร่งปราบ “บุหรี่เถื่อน” ออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสมาคมการค้ายาสูบไทย ออกโรงแสดงความกังวลต่อการจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์ม Facebook โดยระบุว่า Facebook กลุ่ม (Groups) และเพจ (Pages) ยังคงเป็นช่องทางหลักในการกระจายบุหรี่เถื่อนที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอายุอย่างเปิดเผย ทำให้ความพยายามของหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามตลอดทั้งปีถูกบั่นทอน สะท้อนการละเลยในการตรวจสอบควบคุม นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า ปัญหาหลักเกิดจากผู้ขายยังสามารถตั้งชื่อและโชว์รูปภาพบุหรี่ได้อย่างโจ๋งครึ่มผ่านเพจและกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบเปิดเผยหรือการยิงโฆษณา นอกจากนี้ ผู้ขายยังหัวหมอโดยใช้ตัวย่อแทนการระบุคำว่า “บุหรี่” โดยตรงควบคู่กับการแสดงรูปสินค้า ทำให้มาตรการปิดกั้นคำค้นหาไม่สามารถยับยั้งการซื้อขายออนไลน์ได้อย่างแท้จริง นางสาวธัญญศรัณ เน้นย้ำว่า Facebook ต้องปิดกั้นทุกช่องทางทั้ง Marketplace กลุ่ม ชื่อเพจ ชื่อสินค้า และใช้เครื่องมือ AI ที่มีอยู่ตรวจสอบเนื้อหาและรูปภาพว่าเป็นบุหรี่หรือไม่ด้วย นอกจากนี้ การยิงโฆษณายังเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดการเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้โดยไม่จำกัดกลุ่มอายุ สมาคมฯ กล่าวถึงเอกสารลับของ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp) ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Reuters ซึ่งสะท้อนด้านมืดของแพลตฟอร์ม โดยมีการคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2567 อาจมาจากโฆษณาหลอกลวงและสินค้าผิดกฎหมายสูงถึง 10% หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปิดกั้นโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าอันตรายและผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลของเจ้าของแพลตฟอร์มในการปกป้องเด็กและเยาวชน และขาดความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไทย ผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ย้ำว่า พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ของไทยระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามแสดงผลิตภัณฑ์และโฆษณาทำการตลาดด้วย การที่ Facebook ยังเปิดช่องให้มีการซื้อขายบุหรี่เถื่อนได้ จึงถือเป็นการละเมิดและบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ท่ามกลางความพยายามของหน่วยงานราชการไทยหลายภาคส่วน เช่น กรมสรรพสามิต ตำรวจสอบสวนกลาง กรมการปกครอง และกรมศุลกากร ที่ต่างมุ่งมั่นปราบปรามและจับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในยุคดิจิทัลนี้ สมาคมการค้ายาสูบไทยจึงเรียกร้องให้ Facebook ใช้เครื่องมือและมาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิม เพื่อหยุดยั้งการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง รวมทั้งให้กระทรวงดิจิทัลฯ เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นภัยสังคมตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งนี้ จากสถิติกรมสรรพสามิต ปี 2568 การจับกุมคดีเกี่ยวกับยาสูบเพิ่มขึ้นเป็น 18,305 คดี จาก 13,143 คดีในปี 2567 (เติบโต 39%) และค่าปรับรวมสูงถึง 1,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 225% สมาคมขอขอบคุณกรมสรรพสามิตที่ดำเนินการปราบปรามต่อเนื่องเพื่อปกป้องรายได้ภาษีและผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายและพร้อมให้ความร่วมมือในการต่อต้านบุหรี่เถื่อนในทุกด้าน ขอบคุณที่มา : https://siamrath.co.th/
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส