ความร่วมมือจากพวกเราเป็นส่วนช่วยแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อนได้
ปัญหาบุหรี่ผิดกฎหมายหรือบุหรี่เถื่อนในประเทศไทยไม่ใช่แค่เรื่องภายในประเทศเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและการค้าระหว่างประเทศ การกวดขันจับกุมในประเทศจึงไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากบุหรี่ผิดกฎหมายที่วางขายในประเทศไทย เช่น บุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอม ส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศใกล้เคียง เช่น เวียดนามและมาเลเซีย บุหรี่เหล่านี้มักถูกนำเข้ามาทางเส้นทางชายแดนทางบกและทะเล รวมถึงการซุกซ่อนและสำแดงข้อมูลการนำเข้าเป็นเท็จ หรือแม้กระทั่งใช้วิธีการนำเข้าในรูปแบบสินค้าผ่านแดนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ก่อนจะกระจายไปทั่วประเทศเพื่อจำหน่ายให้กับผู้สูบบุหรี่ ผ่านช่องทางออนไลน์ และร้านค้าบุหรี่ผิดกฎหมาย
การแก้ไขปัญหานี้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาคและความร่วมมือระหว่างประเทศในหลายระดับ เช่น การสร้างข้อตกลงในการสกัดกั้นการส่งออกสินค้าบุหรี่ผิดกฎหมายจากประเทศต้นทาง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งผลิตและเส้นทางลักลอบนำเข้าเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ
ทางออกของการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อน จึงจำเป็นต้องจัดการกับประเทศต้นทาง ร่วมมือกับรัฐบาลที่เป็นต้นทางของบุหรี่เถื่อนเหล่านี้ สร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเพื่อป้องกันและจำกัดการเคลื่อนย้ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทาง ร่วมกับการเพิ่มความเข้มงวดในการจับกุมปราบปราม สกัดกั้นการกระจายสินค้า ทลายเครือข่ายลักลอบนำเข้า โกดังสินค้า และร้านค้าบุหรี่ผิดกฎหมายทั้งที่ขายออนไลน์และเปิดหน้าร้านขายสินค้า
และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน ในการสะท้อนปัญหา แจ้งเบาะแส เพื่อสนับสนุนข้อมูลในการทำงานด้านการจับกุมปราบปรามให้กับเจ้าหน้าที่
ดังนั้น ความร่วมมือจากร้านค้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อต้านการค้าบุหรี่เถื่อน หากพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการค้าบุหรี่ผิดกฎหมาย ท่านสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่

👉 ช่องทางการแจ้งเบาะแสของสมาคมการค้ายาสูบไทย http://ttta.or.th/report-form
👉 สายด่วนกรมสรรพสามิต 1713 หรืออีเมล์ excise_hotline@excise.go.th
👉 Website แจ้งเบาะแส กรมสรรพสามิต แจ้งเบาะแส กรมสรรพสามิต
👉 ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย สายด่วนโทร 1567
ข่าวน่าสนใจ
ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบฯ จับมือ 3 พรรคการเมืองโชว์วิสัยทัศน์ เสนอแก้ 3 ปัญหาร้อนอุตสาหกรรมยาสูบ ประชาธิปัตย์-ประชาชน-เสรีรวมไทย ยันพร้อมช่วยเหลือชาวไร่เต็มที่
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนเครือข่ายชาวไร่ยาสูบฯ จับมือ 3 พรรคการเมืองใหญ่ เปิดเวทีโชว์วิสัยทัศน์-ชูนโยบายแก้ปัญหาหนักใจชาวไร่ยาสูบ แรงงานในไร่ ร้านโชห่วย และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกว่า 6 แสนคนทั่วประเทศ เผยโจทย์ใหญ่ที่ฝากถึงทุกพรรค ขอร่วมกันคิดทางออกเพิ่มรายได้ให้ชาวไร่ สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมยาสูบไทยให้ก้าวทันโลก พร้อมเดินหน้าปราบบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง “ประชาธิปัตย์-ประชาชน-เสรีรวมไทย” ประกาศพร้อมผลักดันเป็นวาระแห่งชาติช่วยชาวไร่ยาสูบและร้านโชห่วยอย่างเต็มที่ นายสุธี ชวชาติ ประธานภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า “ชาวไร่ยาสูบกว่า 25,000 ครอบครัว แรงงานในไร่และผู้พึ่งพิงรวมกว่าแสนคนทั่วประเทศ กำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างหนัก อุตสาหกรรมยาสูบสร้างรายได้จากภาษีสรรพสามิตเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และส่งออกอีกกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี แต่ชาวไร่กลับต้องเผชิญความเสี่ยงขาดทุน รายได้ลด หนี้สินพุ่ง เหตุจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ขณะเดียวกัน บุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายก็ทะลักเข้าตลาด ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” นายสันต์ หารสุโพธิ์ นายกสมาคมการค้าใบยาสูบเตอร์กิซภาคอีสาน เผยว่า “อยากเห็นการตั้ง “กองทุนช่วยเหลือชาวไร่” เพื่อเป็นหลักประกันอาชีพ พร้อมเสนอให้รัฐส่งเสริมการทำประกันภัยยาสูบและพืชผลมูลค่าสูง ตลอดจนสนับสนุนการส่งออกใบยาสูบไทย เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป เช่น สกัดนิโคตินเหลว เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับชาวไร่ในอนาคต” นายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “ตลอดเวลาการยาสูบฯ ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทั้งการห้ามโฆษณา การใช้โลโก้ และการแสดงตราสินค้าที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ในขณะที่บุหรี่เถื่อนกลับมีบรรจุภัณฑ์สวยงาม สีสันหลากหลาย มีกลิ่นรสให้เลือกมากมาย สะท้อนถึงการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมระหว่างสินค้าถูกกฎหมายกับสินค้าเถื่อน” นายสุเทพ กล่าวต่อว่า “การยาสูบฯ ต้องรับภาระส่งเงินเข้าคลังสูงสุดถึง 93% ก่อนจะปรับเหลือ 88% การยาสูบฯ เหลือไว้เพียง 12% ของกำไรสุทธิ ที่เอาไว้บริหารต้นทุนทั้งหมดขององค์กร ซึ่งน้อยมากหากเทียบกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ และยังต้องดูแลต้นทุนการผลิตทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หากมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตอีก ยิ่งเอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายเติบโต สิ่งที่อยากฝากทุกภาคส่วนคือ ให้เปิดโอกาสให้การยาสูบฯ รับจ้างผลิตบุหรี่ภายใต้เงื่อนไขใช้ใบยาไทยในประเทศ พร้อมขยายสู่การผลิตสินค้ารูปแบบอื่น ๆ เพื่อสร้างทางรอดให้หน่วยงานรัฐ และเพิ่มรายได้เข้าประเทศในระยะยาว” นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าบุหรี่ที่ได้รับใบอนุญาตถูกกฎหมายกว่า 5 แสนรายทั่วประเทศ ระบุว่า “บุหรี่เถื่อนเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อร้านโชห่วยในฐานะกลุ่มปลายน้ำ โดยปัจจุบันบุหรี่เถื่อนทะลักเข้าสู่ตลาดสูงเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นสัดส่วน 28% ของตลาด และยังมีบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการใช้เพิ่มขึ้นถึง 2,300% สินค้าเถื่อนเหล่านี้กลายเป็นแหล่งเงินทุนสีเทา ส่งผลให้ร้านโชห่วยที่ทำธุรกิจสุจริตต้องสูญเสียรายได้อย่างต่อเนื่อง” ภาคีเครือข่ายยาสูบฯ ยังได้เสนอนโยบายบุหรี่ผิดกฎหมายต้องเป็นศูนย์ โดยอยากให้มีการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันการการกระทำผิดซ้ำ ยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์และบริษัทขนส่งเพื่อป้องกันการขายทางช่องทางออนไลน์ และการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎหมายศุลกากร โดยพรรคการเมืองที่ได้เข้าร่วมประชุม ต่างนำเสนอความเห็นและวิสัยทัศน์ พร้อมกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ นายโอภาส อาลมิสรี รองโฆษก พรรคเสรีรวมไทย เผยว่า “ผมถือเป็นหนึ่งในผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกลุ่มแรก ๆ ที่นำประเด็นบุหรี่ไฟฟ้ามาเสนอเป็นนโยบาย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ผมขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเดินหน้า แก้ไขกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า และนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ขึ้นมาอยู่ในระบบที่ถูกกฎหมาย จะทำให้รัฐสามารถกำกับดูแลได้จริง ทั้งเรื่องอายุผู้ซื้อ มาตรฐานสินค้า การจัดเก็บภาษี และการคุ้มครองเยาวชน การคงสถานะความผิดกฎหมายเอาไว้ อาจมีบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากระบบใต้ดินหรือไม่ ในขณะเดียวกัน เรื่อง บุหรี่เถื่อน พรรคมีจุดยืนชัดเจนว่า ต้องปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่คำพูด ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง โดย ตรึงแนวชายแดนให้เข้มงวดทุกจุด ทุกด่านต้องมีเครื่อง X-Ray และระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพราะวันนี้การตรวจตู้สินค้ายังทำได้เพียงบางส่วน เปิดช่องให้สินค้าผิดกฎหมายทะลักเข้าประเทศ เมื่อจัดการบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจังได้ จะช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับระบบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ชาวไร่ โรงงาน ผู้ประกอบการ ไปจนถึงรายได้ของรัฐ ซึ่งพรรคให้คำมั่นว่า ภายในระยะเวลา 12 เดือน จะเร่งแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง เพื่อยุติการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย หากสามารถขจัดบุหรี่เถื่อนออกจากระบบได้ การยาสูบฯ จะสามารถดำเนินการจัดซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ได้เต็มศักยภาพ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดโควตา และสามารถนำไปต่อยอดสู่การผลิตเพื่อการส่งออก สร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว นอกจากการแก้ปัญหาเชิงกฎหมายและการปราบปรามแล้ว พรรคยังมองไปข้างหน้าในมิติของ นวัตกรรมและการเพิ่มมูลค่า เราต้องไม่หยุดอยู่แค่การผลิตวัตถุดิบ แต่ต้องผลักดันการสร้าง Branding ของอุตสาหกรรมยาสูบไทยให้ไปไกลถึงระดับโลก รวมถึงการต่อยอดนิโคตินและใบยาสูบไทยสู่ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและประเทศอย่างยั่งยืน” ด้านพรรคประชาชน ดร.เดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีด้านคุณภาพชีวิต ให้มุมมองว่า “พรรคประชาชนไม่ได้นิ่งเฉยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร แนวทางสำคัญอันดับแรกคือ การขออนุญาตจากกรมสรรพสามิตควรเชื่อมโยงกับทะเบียนเกษตรกรโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิทธิและสวัสดิการเข้าถึงอย่างเป็นธรรม โดยชาวไร่ยาสูบที่อยู่ในระบบ ต้องได้รับการดูแลไม่แตกต่างจากเกษตรกรกลุ่มอื่น พรรคมีนโยบายสนับสนุนเกษตรกรในภาพรวม ทั้งการสนับสนุนปุ๋ยตามค่าความเหมาะสมของดิน รายละ 500 บาท ครอบคลุมพืชทุกชนิด และการสนับสนุนคูปองตรวจรับรองมาตรฐาน GAP มูลค่า 5,000 บาท เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มโอกาสทางการตลาด ในเรื่องโควตาการรับซื้อใบยาสูบ พรรคเห็นว่าต้องมีความชัดเจนระยะยาว เสนอให้กำหนดโควตาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการผลิตและรายได้ได้อย่างมั่นคง โดยการปรับเปลี่ยนพืชต้องเป็น “ทางเลือก ไม่ใช่ข้อบังคับ” เกษตรกรยังสามารถปลูกยาสูบและทำสัญญาระยะยาวต่อไปได้ สำหรับผู้ที่ประสงค์จะปรับเปลี่ยนพืช พรรคมีมาตรการช่วยเหลือทั้งเงินสนับสนุน 2,000 บาทต่อไร่ และการลดหนี้ร้อยละ 20 ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย เพื่อบรรเทาภาระในช่วงเปลี่ยนผ่าน อีกประเด็นสำคัญคือปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะเกษตรกรสูงอายุ หากตรวจสอบแล้วพบว่าชำระเกินเงินต้น ให้ยกเลิกหนี้ทันที ส่วนผู้ที่ยังไม่ถึงเงินต้น จะลดหนี้ร้อยละ 50 และปรับโครงสร้างหนี้ให้จบภายใน 15 ปี เพื่อไม่ให้ภาระตกทอดถึงลูกหลาน ขอบคุณที่มา: https://bangkok-today.com/?p=782960
อ่านต่อ
สมาคมการค้ายาสูบไทยหนุน ภาษีอัตราเดียว คู่ การปราบปรามบุหรี่เถื่อน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสมาคมการค้ายาสูบไทยหนุน “ภาษีอัตราเดียว” คู่ “การปราบปรามบุหรี่เถื่อน” สร้างความเชื่อมั่นโชห่วยกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ สมาคมการค้ายาสูบไทยขานรับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นแบบ “อัตราเดียว” เชื่อหากอัตราภาษีที่เหมาะสมและสมดุล ผนวกกับการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายที่เข้มงวดจริงจัง จะสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่น ให้แก่ร้านค้าปลีกถูกกฎหมายกว่า 400,000 ร้านทั่วประเทศอีกด้วย นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าบุหรี่ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายกว่า 400,000 รายทั่วประเทศ แสดงความขอบคุณต่อความพยายามอันเข้มข้นของหน่วยงานรัฐในการปราบปรามบุหรี่เถื่อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามในการสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมยาสูบ และสร้างประโยชน์แก่ผู้ค้ารายย่อยโดยตรง การประกาศแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ในครั้งนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่กรมฯ จะได้ดูแลธุรกิจรากหญ้าผ่านการกำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสม สร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้ “สมาคมฯ ขอชื่นชมและขอเป็นกำลังใจต่อความพยายามในการปราบปรามบุหรี่เถื่อนของท่านอธิบดีกรมสรรพสามิต ดร. พรชัย เพราะการปราบปรามบุหรี่เถื่อนเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องร้านค้าถูกกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างถูกต้อง ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้จะต้องเป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าถูกกฎหมายได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกผลักไปหาของผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ ส่วนโครงสร้างภาษีอัตราเดียวน่าจะมีความเหมาะสมและเป็นสากลเพราะกรมสรรพสามิตคงได้ศึกษาวิจัยมาอย่างดีแล้ว หากเรากำหนดอัตราภาษีที่ไม่สูงเกินไปควบคู่กับการปราบปรามแบบสุดซอย จะสามารถควบคุมตลาด และส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพสุจริต และเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวธัญญศรัณ กล่าวว่า “ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้รูปแบบภาษีใด การปราบปรามบุหรี่เถื่อนควรดำเนินต่อไปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับโครงสร้างภาษีของอุตสาหกรรมที่เหมาะสมเพื่อให้รัฐบรรลุเป้าหมายด้านรายได้และการควบคุมสินค้าได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้กับผู้ค้าปลายน้ำที่ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย" ขอบคุณที่มา: https://www.naewna.com/
อ่านต่อ
สรรพสามิต เล็งชง ครม.เก็บภาษีบุหรี่อัตราเดียว ภายในม.ค.69
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนสรรพสามิต เตรียมเสนอชงครม.พิจารณา ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จาก 2 อัตรา เหลืออัตราเดียว ภายในก่อนยุบสภา หรือภายใน ม.ค.69 หวังลดช่องว่างราคา–ลดบุหรี่เถื่อน ยกระดับการปราบปราม และเพิ่มรายได้รัฐ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบจากระบบ 2 อัตรา เหลือเพียง “อัตราเดียว" (Single Rate) โดยคาดว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือนม.ค.ปี 2569 หรือ ก่อนการยุบสภา ตามกรอบที่รัฐบาลประกาศไว้ วันที่ 31 ม.ค.2569 โดยคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า และทำให้ตลาดยาสูบอยู่บนกลไกที่เป็นธรรมมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพรายได้เข้ารัฐ เป้าหมายของการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ครั้งนี้ เพื่อลดแรงจูงใจผู้ผลิตให้ วิ่งเข้าหาอัตราต่ำกว่า ซึ่งทำให้ราคาตลาดถูกตรึงไว้ที่ช่วง 70-72 บาทต่อซอง และเปิดช่องให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างไม่สมดุล รวมถึงเกิดการลักลอบบุหรี่เถื่อนและการขยายตัวของบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่เป็นกฎกระทรวง ไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ โดยสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาได้ทันที "การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียว เป็นกฎกระทรวง ไม่ต้องเข้าสภาฯ โดยสามารถเสนอครม. และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาได้ทันที ก็ประกาศใช้ได้เลย ทั้งนี้จะมีช่วงเวลาปรับตัวหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" นายพรชัย กล่าว อย่างไรก็ตาม แม้จะเปลี่ยนภาษีเป็นอัตราเดียว แต่โครงสร้างตลาดน่าจะไม่เปลี่ยนมาก เพราะอุตสาหกรรมปรับตัวมาต่อเนื่องอยู่แล้ว เนื่องปัจจุบันบุหรี่เทียร์บนลดลงต่อเนื่อง ภาษีหลักที่เก็บได้คือเทียร์ล่าง การปรับเป็นอัตราเดียว โครงสร้างตลาดไม่น่าจะผันผวนมาก และผู้ประกอบการจะมีอิสระตั้งราคามากขึ้น นายพรชัย ระบุว่า การแก้ปัญหาภาษีบุหรี่ต้องทำควบคู่กับการปราบปรามบุหรี่เถื่อน ซึ่งช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการจับกุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจับได้แล้วกว่า 4,000 คดี ของกลาง 700,000 ซอง หรือราว 14 ล้านมวน รัฐสูญเสียภาษีเกือบ 40 ล้านบาท แต่เก็บค่าปรับได้ประมาณ 500 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า การทำภาษีอัตราเดียวอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องปราบปรามจริงจังเพื่อให้สินค้าหนีภาษี หายไปจากตลาดไทย เป้าหมายไม่ใช่การเพิ่มการบริโภค แต่เป็นการควบคุมสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพให้มีระบบจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรม และลดช่องว่างที่ทำให้เกิดสินค้าทดแทนหรือสินค้าลักลอบ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์นิโคตินชนิดอื่น ปัจจุบัน กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีตามมูลค่าแบ่งเป็น 2 อัตรา คือ หากราคาขายปลีกแนะนำไม่เกินซองละ 72 บาท เสียภาษีตามมูลค่าในอัตรา 25% ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกินซองละ 72 บาท เสียภาษีที่อัตรา 42% ขอบคุณที่มา : https://www.posttoday.com/
อ่านต่อ
ภาครัฐเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์ สอดคล้องข้อกังวลภาคเอกชนต่อวิวัฒนาการกลโกงใหม่
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์อย่างเข้มงวด หลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรับมือกับ “เทคนิคใหม่ๆ” ที่ผู้ขายผิดกฎหมายใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ทั้งการเปลี่ยนคำค้น แฮชแท็ก ตัวย่อ รวมถึงการใช้ภาพสื่อความหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากภาคเอกชน ที่สะท้อนพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ขายสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนในแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ที่แม้จะมีการปิดกั้นคีย์เวิร์ดแล้ว แต่ยังพบการใช้ตัวย่อพร้อมแสดงภาพสินค้าอย่างชัดเจน และสามารถซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมตได้แม้ขัดต่อกฎหมายไทย รัฐมนตรีไชยชนกเปิดเผยว่า กระทรวงได้หารือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้ง LINE, Google และเตรียมนัดหมาย Facebook ในระดับภูมิภาค เพื่อเร่งอุดช่องโหว่การจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย พร้อมขอให้แพลตฟอร์มทบทวนคำนิยาม “โฆษณา” ให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงโฆษณาแบบชำระเงิน (Paid Ads) หลังพบกรณีเว็บไซต์พนันและสินค้าผิดกฎหมายยังคงปรากฏในผลการค้นหา กระทรวงยังเน้นย้ำถึงบทบาทของภาคประชาชนและภาคเอกชนในการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย โดยเฉพาะการใช้แฮชแท็กหรือสัญลักษณ์ที่ผิดปกติ เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมองเห็นปัญหาเดียวกัน และพร้อมร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในการยกระดับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ลดการแพร่ระบาดของสินค้าผิดกฎหมาย และสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นในอนาคต ขอบคุณที่มา: https://www.khaosod.co.th/
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส