ค้นหา
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อน
ภาครัฐเดินหน้าปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์ สอดคล้องข้อกังวลภาคเอกชนต่อวิวัฒนาการกลโกงใหม่
ข่าวเด่นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์อย่างเข้มงวด หลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลประชุมคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรับมือกับ “เทคนิคใหม่ๆ” ที่ผู้ขายผิดกฎหมายใช้เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ทั้งการเปลี่ยนคำค้น แฮชแท็ก ตัวย่อ รวมถึงการใช้ภาพสื่อความหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากภาคเอกชน ที่สะท้อนพฤติกรรมการปรับตัวของผู้ขายสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนในแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ ที่แม้จะมีการปิดกั้นคีย์เวิร์ดแล้ว แต่ยังพบการใช้ตัวย่อพร้อมแสดงภาพสินค้าอย่างชัดเจน และสามารถซื้อโฆษณาเพื่อโปรโมตได้แม้ขัดต่อกฎหมายไทย รัฐมนตรีไชยชนกเปิดเผยว่า กระทรวงได้หารือกับแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ทั้ง LINE, Google และเตรียมนัดหมาย Facebook ในระดับภูมิภาค เพื่อเร่งอุดช่องโหว่การจัดการเนื้อหาผิดกฎหมาย พร้อมขอให้แพลตฟอร์มทบทวนคำนิยาม “โฆษณา” ให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงโฆษณาแบบชำระเงิน (Paid Ads) หลังพบกรณีเว็บไซต์พนันและสินค้าผิดกฎหมายยังคงปรากฏในผลการค้นหา กระทรวงยังเน้นย้ำถึงบทบาทของภาคประชาชนและภาคเอกชนในการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย โดยเฉพาะการใช้แฮชแท็กหรือสัญลักษณ์ที่ผิดปกติ เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนว่า ภาครัฐและภาคเอกชนมองเห็นปัญหาเดียวกัน และพร้อมร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในการยกระดับความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ลดการแพร่ระบาดของสินค้าผิดกฎหมาย และสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นในอนาคต ขอบคุณที่มา: https://www.khaosod.co.th/
อ่านต่อ
สรรพสามิต ลุยภาษีบุหรี่อัตราเดียว ชัดเจนภายใน ต.ค.นี้ เล็งเลิกยกเว้นภาษีส่งออก
ข่าวเด่นกรมสรรพสามิตเดินหน้าทบทวนมาตรการจัดเก็บภาษีและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย หวังเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ควบคู่กับการปิดช่องโหว่การลักลอบนำสินค้ากลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศ นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ ว่า ขณะนี้ได้ผ่านขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามข้อบังคับของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมความคิดเห็นจากนักวิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินข้อเสนอของกรมสรรพสามิตอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังได้ภายในเดือน ต.ค. 2569 ซึ่งจะได้เห็นความชัดเจนของการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ส่วนการปรับโครงสร้างอัตราภาษีบุหรี่จะเป็นอย่างไรนั้น เป็นไปตามที่กรมสรรพสามิต ได้เคยชี้แจงไว้ต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ไว้ก่อนหน้านี้ว่า กรมสรรพสามิตได้ทำการศึกษาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นแบบอัตราเดียว (Single Tier) แล้ว โดยมองว่าเป็นโครงสร้างที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย จากในปัจจุบันการจัดเก็บภาษีบุหรี่ ใช้ระบบภาษี 2 อัตรา คือ เก็บภาษี 25% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกไม่เกิน 72 บาท/ซอง และเก็บภาษี 42% สำหรับบุหรี่ที่ราคาขายปลีกเกิน 72 บาท/ซอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีบุหรี่ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กรมสรรพสามิต ยังวางแนวทางในการแก้ปัญหาบุหรี่เถื่อน จากการส่งออกและลับลอบนำกลับเข้ามาขายในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรือเวียนเทียนกลับมาขายใหม่ หลังพบสถิติการตรวจยึดบุหรี่เถื่อนที่มีต้นทางจากการส่งออกและถูกลักลอบนำกลับเข้ามาในประเทศสูงถึง 5 แสนซอง โดยเตรียมปรับปรุงระเบียบ ด้วยการยกเลิกการยกเว้นเก็บภาษีส่งออกที่ต้นทาง แล้วเปลี่ยนมาเป็นการเก็บภาษีที่ต้นทางก่อน เพื่อให้มาขอคืนภาษีในภายหลัง เพื่อต้องการตรวจสอบหลักฐานในการส่งออกจริง ซึ่งแนวทางนี้ จะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับผู้ที่ลักลอบในการนำบุหรี่กลับมาเวียนขายในประเทศ "แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงให้กับผู้ลักลอบ เนื่องจากต้องสำรองเงินเพื่อชำระภาษีล่วงหน้า ขณะที่การขอคืนภาษีจะต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานการส่งออกอย่างเข้มงวด ส่งผลให้การนำบุหรี่กลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศทำได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงไม่คุ้มกับผลตอบแทน" ทั้งนี้ การปรับปรุงระเบียบดังกล่าว อยู่ในขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลารับฟังความคิดเห็นประมาณ 30 วัน และหลังจากนั้นจะนำข้อคิดเห็น และข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ได้มาประกอบการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ก่อนที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกรอบในขั้นตอนสุดท้าย ที่จะใช้เวลาประมาณ 30 วัน ดังนั้นจึงคาดว่าภายในสิ้นปี 2569 จะได้เห็นความชัดเจนของแนวทางการแก้ปัญหาการกลอบนำบุหรี่ที่ส่งออกไปแล้ว วนกลับมาจำหน่ายภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียและลดผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตในอนาคต อย่างไรก็ดี กรมสรรพสามิตได้เผยผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ว่า สามารถจับกุมดำเนินคดีรวม 35,739 คดี เพิ่มขึ้น 5.84% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เปรียบเทียบปรับและประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.98% โดยสินค้าที่พบการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ยาสูบ รองลงมาคือ สุรา และน้ำมัน “จำนวนคดีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่กรมฯ จะนำข้อมูลคดีมาวิเคราะห์แนวโน้ม รูปแบบการกระทำผิด และความเสี่ยงใหม่ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม โดยปรับจากการจับกุมหลังเกิดเหตุ สู่การทำงานเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทั้งข้อมูลการจับกุม พื้นที่ เส้นทางลำเลียง ข้อมูลจากภาครัฐ-เอกชน และเบาะแสประชาชน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่” สำหรับแนวทางการทำงาน กรมสรรพสามิตใช้หลักต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ โดยต้นน้ำครอบคลุมพื้นที่ชายแดนและแหล่งที่มาของสินค้า กลางน้ำเป็นเส้นทางลำเลียง จุดพัก และจุดกระจายสินค้า ส่วนปลายน้ำครอบคลุมร้านค้า ตลาด และผู้บริโภค พร้อมวิเคราะห์รูปแบบการกระทำผิดและความเสี่ยงเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ ซึ่งกรมฯ พบว่าลักษณะการกระทำผิดแตกต่างกันตามพื้นที่ ทั้งชายแดน พื้นที่อุตสาหกรรม พื้นที่เศรษฐกิจ และศูนย์กลางการกระจายสินค้า จึงจำเป็นต้องออกมาตรการที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น จากเดิมที่ใช้มาตรการในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ
อ่านต่อ
สรรพสามิตโชว์ปราบสินค้าผิดกฎหมายมูลค่าทะลุ 6,274 ล้านบาท
ข่าวเด่นประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.98 วันนี้ (30 ส.ค.69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป้ดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่เถื่อน ยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจพบมากที่สุด สร้างความเสียหายต่อรายได้ของรัฐ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ในรอบ 11 เดือน ปีงบประมาณ 2569 กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังสามารถจับกุมดำเนินคดีได้รวม 35,739 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.84 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีการเปรียบเทียบปรับและประมาณการค่าปรับรวม 6,274.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.98 โดยสินค้ายาสูบยังเป็นสินค้าที่พบการกระทำผิดสูงสุด รองลงมาคือสุราและน้ำมัน “รัฐบาล โดยกรมสรรพสามิต เดินหน้ายกระดับแนวทางการทำงานเชิงรุกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Enforcement) โดยนำข้อมูลการจับกุม ข้อมูลพื้นที่ เส้นทางลำเลียงสินค้า ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเบาะแสจากประชาชน มาวิเคราะห์ วางแผนการทำงาน เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาในแต่ละพื้นที่ เปลี่ยแนวคิดจาก “มาตรการเดียวใช้ทั่วประเทศ” สู่ “พื้นที่ต่างกัน ความเสี่ยงต่างกัน มาตรการก็ต้องต่างกัน” (From One-Size-Fits-All to Tailored Enforcement) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ มุ่งให้การปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น” นางสาวพลอยทะเล กล่าว ขอบคุณที่มา: https://www.thaipost.net/
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส
©2024 Thai Tobacco Trade Association (TTTA). All right reserved.