สรรพสามิตบุกจับร้านจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในจังหวัดชลบุรี พบของกลางกว่า 26,000 ซอง ประมาณการค่าปรับกว่า 19 ล้านบาท พร้อมเผยผลปราบปรามรอบ 8 เดือน ปีงบประมาณ 2568
กรมสรรพสามิตจับร้านจำหน่ายบุหรี่เถื่อน จ.ชลบุรี ยึดของกลางกว่า 26,000 ซอง คิดเป็นค่าปรับกว่า 19 ลบ. พร้อมเผยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 รอบ 8 เดือน พบคดีบุหรี่เถื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 31
กรมสรรพสามิต โดยสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 1 เดินหน้าปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิต ภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์” บุกจับร้านจำหน่ายบุหรี่เถื่อนในจังหวัดชลบุรี ยึดของกลางกว่า 26,000 ซอง คิดเป็นค่าปรับกว่า 19 ล้านบาท พร้อมเผยผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รอบ 8 เดือน (1 ตุลาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2568) พบคดีบุหรี่เถื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 31.03
ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่สรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 1 ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีร้านค้าลักลอบขายส่งบุหรี่ที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี โดยมีการจัดส่งสินค้าผ่านบริษัทขนส่งเอกชนไปทั่วประเทศเจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบร้านค้าแห่งหนึ่งมีพฤติการณ์ต้องสงสัยมีการจัดเตรียมและบรรจุกล่องพัสดุจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อโดยแฝงตัวเข้าใช้บริการภายในร้านดังกล่าว พบผู้ต้องหากำลังทำการบรรจุพัสดุเพื่อเตรียมส่งให้ผู้ซื้อ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นบุหรี่ที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 จากการตรวจสอบภายในร้านพบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวนมากภายในบรรจุบุหรี่ซิกาแรตที่ไม่ได้เสียภาษีรวมทั้งสิ้น 26,360 ซอง คิดเป็นค่าภาษีสรรพสามิต เป็นเงินจำนวน 1,279,850.86 บาท ประมาณการค่าปรับเป็นเงินจำนวน 19,197,762.90 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า "มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี" ตามมาตรา 204 และ "มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี" ตามมาตรา 203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยได้ดำเนินการส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเสม็ด จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ดร. กุลยาฯ กล่าวต่อว่ากรมสรรพสามิตดำเนินงานภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการปราบปรามและสืบค้น นำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบการกระทำผิดผ่านศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ของกรมสรรพสามิต รวมถึงยังได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภายนอกเพื่อปราบปรามและจับกุมขบวนการผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 อย่างต่อเนื่อง ผลจากการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (1 ตุลาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2568) กรมสรรพสามิตสามารถปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 24,550 คดี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 12.29 คิดเป็นค่าปรับ 568.98 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับ 3,749.81 ล้านบาท แบ่งเป็น
1. ยาสูบ จำนวน 10,966 คดี จำนวนของกลาง แบ่งเป็นยาสูบในประเทศ 382,680 ซอง และยาสูบต่างประเทศ 3,024,554 ซอง
2. สุรา จำนวน 10,585 คดี จำนวนของกลาง แบ่งเป็นสุราในประเทศ 70,990.098 ลิตร และสุราต่างประเทศ 21,893.882 ลิตร
3. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จำนวน 986 คดี จำนวนของกลาง 959,671.700 ลิตร
4. รถจักรยานยนต์ จำนวน 846 คดี จำนวนของกลาง 3,661 คัน
5. ไพ่ จำนวน 392 คดี จำนวนของกลาง 19,119 สำรับ
6. เครื่องหอมและเครื่องสำอาง จำนวน 193 คดี จำนวนของกลาง 124,728 ขวด
7. รถยนต์ จำนวน 187 คดี จำนวนของกลาง 951 คัน
8. แบตเตอรี่ จำนวน 177 คดี จำนวนของกลาง 409,808 ก้อน
9. เครื่องดื่ม จำนวน 141 คดี ของกลาง 56,324.092 ลิตร
10. สินค้าอื่น ๆ จำนวน 77 คดี
ดร. กุลยาฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมสรรพสามิตจะเดินหน้าในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อขจัดปัญหาสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิต ภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance : สินค้าหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิตต้องเป็นศูนย์” เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางภาษี และคุ้มครองประโยชน์ของรัฐ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วนร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่กรมสรรพสามิต สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1713 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางเว็บไซต์ www.excise.go.th โดยกรมสรรพสามิตจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
ขอบคุณที่มา: https://www.thaigov.go.th/
ข่าวน่าสนใจ
กองทัพเรือ คุมเข้มชายแดน! สกัดบุหรี่เถื่อน ยึดของกลาง 324 แท่ง มูลค่ากว่า 2 ล้าน
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้จัดกำลังลาดตระเวนซุ่มตรวจในเวลากลางวัน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดกระสอบต้องสงสัยจำนวน 6 ใบ ซุกซ่อนอยู่ภายในพงหญ้า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นบุหรี่ต่างประเทศลักลอบนำเข้า จำนวน 324 แท่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,944,000 บาท หน่วยได้ดำเนินการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และเคลื่อนย้ายไปยังที่ตั้งกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินบ้านแหลม เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กองทัพเรือ ยืนยัน การคุมเข้มพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการเชิงรุกในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ชายแดนถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณที่มา: https://thainews.prd.go.th/
อ่านต่อ
ทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าข้ามชายแดน
ข่าวเด่นทร.ย้ำชัด “ปิดด่านจริง จับจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์” สกัดลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายชายแดนต่อเนื่อง โต้ข่าวบิดเบือนทำลายความเชื่อมั่น ยันไม่ปกป้องคนผิด เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าจากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กล่าวอ้างว่ากองทัพเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง อันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ ข้อเท็จจริงจากการปฏิบัติในพื้นที่ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ในช่วงปีงบประมาณนี้ (ตุลาคม 2568) จนถึงปัจจุบัน สามารถตรวจพบและจับกุมการกระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ต้องหาจำนวน 872 คน เป็นชาวต่างชาติ 848 คน ชาวไทย 24 คน ครอบคลุมทั้งการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ขนสินค้าข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ต่างประเทศ สุราแช่ สินค้าเกษตร จักรยานยนต์ มูลค่าความเสียกว่า 16 ล้านบาท และยาเสพติด โดยเป็นยาบ้า 1234 เม็ด ยาไอซ์ 18.322 กิโลกรัม เคตามีน และยาอี อีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทหารเรือได้ควบคุมตัวผู้กระทำผิดส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ผลการปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากองทัพเรือมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยปละละเลย และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับการกระทำผิดแต่อย่างใด และขอยืนยันนโยบายสำคัญว่า “จะไม่ยอมให้มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด” หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างถึงที่สุด ในด้านมาตรการควบคุมชายแดน กองทัพเรือได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ การควบคุมและปิดด่านในพื้นที่เสี่ยงอย่างสมบูรณ์ ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้กระทำผิดพยายามใช้หลบเลี่ยงกฎหมาย ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกกรณี เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด โดยไม่มีการกระทำที่เป็นการทรมาน หรือกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว กองทัพเรือขอย้ำว่าการรักษาความมั่นคงชายแดนจะต้องปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง และอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่หลงเชื่อข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด กองทัพเรือจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นอกจากนี้ พล.ร.ต. ปารัช โฆษกกองทัพเรือ ยังเปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวสารว่ามีอดีตข้าราชการของกองทัพเรือ และข้าราชการที่ยังรับราชการอยู่ ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาสนั้น กองทัพเรือขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งกองทัพเรือให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก กองทัพเรือมีเจตนาชัดเจนที่จะเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดยจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้กองทัพเรือ ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงรวมถึงการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้คดีมีความกระจ่าง โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำรงไว้ซึ่งวินัย ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และจะดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีขององค์กรอย่างเคร่งครัด ขอบคุณที่มา: https://mgronline.com/
อ่านต่อ
บุหรี่เถื่อน ศึกธุรกิจ งานท้าทายรัฐฯ กับช่องโหว่ออนไลน์
ผลกระทบจากบุหรี่เถื่อนปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นอกจากความมั่นคงด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ปัญหาความมั่นคงภายในประเทศก็เป็นอีกเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ อย่างการลงพื้นที่แถลงข่าวด้วยตนเองภายหลังการปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ และยึดของกลางได้กว่า 20 ล้านมวน นับเป็นการจับกุมที่ได้ของกลางมากที่สุดในรอบกว่า 10 ปี การลงพื้นที่ด้วยตัวเองของผู้นำรัฐบาลไม่เพียงเป็นสัญญาณของความจริงจังในการปราบปราม แต่ยังสะท้อนว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือการหลีกเลี่ยงภาษีเท่านั้น หากแต่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านความมั่นคงของประเทศด้วย โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) ระบุว่า การค้าบุหรี่ผิดกฎหมายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เงินจากการค้าผิดกฎหมายมักถูกนำไปสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว ในระดับภูมิภาค รายงานของสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียนก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนยกระดับมาตรการรับมือกับการค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยมองว่าการค้าผิดกฎหมาย ซึ่งมีทั้งสินค้าประเภทยา น้ำมัน ยาสูบ เป็นต้น ไม่ใช่เพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เป็นความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาและเสถียรภาพของประเทศสมาชิก สำหรับประเทศไทย ปัญหาบุหรี่เถื่อนมีขนาดใหญ่อย่างน่ากังวล ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 25% ของการบริโภคบุหรี่ทั้งหมดในประเทศ หรือคิดเป็นปริมาณเทียบเท่าตู้คอนเทนเนอร์ราว 700 ตู้ต่อปี ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ปัญหานี้ยังสร้างความท้าทายต่อการกำกับดูแลตลาด การคุ้มครองสุขภาพของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายที่บุหรี่เป็นสินค้าควบคุม ห้ามขายออนไลน์ แต่กลับพบบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ปลอมขายจำนวนมากบนสื่อโซเชียล คำถามสำคัญที่ยังคงต้องหาคำตอบคือ บุหรี่เถื่อนจำนวนมหาศาลเหล่านี้ที่หลุดลอดเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่องทุกวัน ถูกส่งกระจายให้กับผู้ขายรายย่อยและผู้ซื้อทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ว่าการกำกับดูแล “ตลาดออนไลน์” ยังมี “ช่องโหว่” ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านกฎหมายที่ขาดการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่กลุ่มผู้ลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายใช้ในการโฆษณาและจำหน่ายสินค้า รวมถึงเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าเยาวชนอย่างผิดกฎหมาย และแพลตฟอร์มออนไลน์ เหล่านี้ยังเป็นช่องโหว่ที่เอื้อให้สินค้าผิดกฎหมายสามารถถูกเคลื่อนย้ายส่งต่อผ่านระบบขนส่งภายในประเทศได้อย่างคล่องตัว โดยไร้การตรวจสอบจากหน่วยงานขนส่งพัสดุใด ๆ ทั้งสิ้น จนทำให้ปัญหาการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายกระจายตัวแพร่หลายและทวีความรุนเเรงมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวอย่างที่ทำให้การซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายพบเห็นได้ง่ายๆ ทางออนไลน์ เพียงแค่หยิบมือถือขึ้นมาเข้าแพลตฟอร์มยอดฮิตของคนไทยหลาย ๆ แพลตฟอร์ม และค้นหาด้วยคำค้นหาง่าย ๆ อย่าง บุหรี่พร้อมส่ง หรือ ค้นด้วยชื่อยี่ห้อบุหรี่ หรือ บุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม ก็สามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้แล้ว โดยไม่ต้องสนใจว่าผู้ซื้อคือใคร อายุถึงเกณฑ์หรือไม่ เพียงค้นหาเจอผู้ขาย เลือกสินค้า ยืนยันคำสั่งซื้อแล้วรอรับของที่ต้องการที่บ้านได้เลย เพราะผู้ค้าบุหรี่เหล่านี้เขามีบริการครบวงจร ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อีกมุมที่ยืนยันว่าการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนในช่องทางออนไลน์นั้นทวีความรุนแรงมากคือเราพบเห็นการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่กับขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายออนไลน์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ กรณีการจับกุมครั้งใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ CIB ในหลายโอกาส เช่น เมื่อเดือนมกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. ได้ขยายผลจากการสืบสวนเครือข่ายค้าบุหรี่ในช่องทางออนไลน์จนสามารถเข้าทลายขบวนการส่งบุหรี่หนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านขนส่งไปรษณีย์ยึดของกลาง ณ ขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีได้กว่า 48,810 ซอง คิดมูลค่าความเสียหายกว่า 45 ล้านบาท ถัดมาคือเมื่อเดือนกันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสกัดจับขบวนการส่งด่วนบุหรี่เถื่อนขายออนไลน์ส่งทั่วประเทศ โดยเข้ายึดของกลางมากกว่า 1 แสนซอง มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ณ จังหวัดสงขลา ในขณะที่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้แกะรอยออนไลน์จนพบเบาะแสการขนบุหรี่เถื่อนผ่านระบบพัสดุ และเข้าบุกอายัดกล่องพัสดุต้องสงสัยกว่า 700 ชิ้น ณ ศูนย์คัดแยกไปรษณีย์หาดใหญ่ กรณีการจับกุมขยายผลที่เกิดขึ้นเเพร่หลายเหล่านี้ยิ่งย้ำให้เห็นว่า ขบวนการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายออนไลน์นั้นกระทำการโดยเปิดเผย แพร่หลาย ไม่เกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมาย ตรงกันข้ามกับการขายบุหรี่ถูกกฎหมายที่มีกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขควบคุมการแสดงสินค้า ดังนั้น ภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่จึงไม่ใช่เพียงการปราบปราม สร้างความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับร้านค้าหรือเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือ “ขันน็อต” ระบบทั้งโครงสร้าง ปิดช่องว่างของกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบช่องทางออนไลน์ ซึ่งกำลัง เพื่อทำให้บ้านของเราแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยจากเครือข่ายการค้าผิดกฎหมายในระยะยาว ขอบคุณที่มา: https://www.naewna.com/
อ่านต่อ
เรื่อง ขอเชิญประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ครั้งที่ 2
ข่าวสารเพื่อสมาชิกตามที่สมาคมฯ ได้เรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันศุกร์ ที่10 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ทางออนไลน์ VDO Conference ผ่าน Zoom แอพพลิเคชั่น เนื่องจาก มีสมาชิกเข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุมตามที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถจัดประชุมได้ นั้น สมาคมฯ จึงขอปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯ ข้อ 31 ซึ่งกำหนดว่า กรณีการประชุมในครั้งแรก มีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมให้บอกกล่าวนัดประชุมใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันประชุมใหญ่คราวแรกใน การประชุมใหญ่คราวหลังนี้ จะมีสมาชิกมากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม จึงเรียนเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาชิก ครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. รูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom แอพพลิเคชั่น จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอความกรุณาท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน จะเป็นพระคุณยิ่ง กรุณาตอบกลับสมาคมฯภายในวันที่ 21 เมษายน 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์: โทรศัพท์: 02 516 3958, 094 172 4419, 094 285 9448อีเมล: info@ttta.or.th
อ่านต่อสมัครสมาชิก
สำหรับผู้ประกอบกิจการการค้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ หรือวิสาหกิจ ในทางการค้าอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้า ผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยตรง อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 200 บาท และค่าบำรุงสมาคม 100 บาท / 2 ปี (ปีละ 50 บาท เก็บทุกๆ สองปี)สมาชิกประเภทวิสามัญ สำหรับผู้มีความสนใจหรือมีความรู้เกี่ยวกับยาสูบหรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจในทางการค้า อุตสาหกรรม หรือการเงิน การขนส่งยาสูบ หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือธุรกิจใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับยาสูบ หรือ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราค่าลงทะเบียนแรกเข้า 1,000 บาท และค่าบำรุงสมาคม 1,000 ต่อปี
แจ้งเบาะแสบุหรี่ผิดกฎหมาย
พบเห็นการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งผ่านช่องทางออนไลน์ของทางสมาคม และสมาคมจะนำข้อมูลเหล่านี้ยื่นต่อหน่อยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสสามารถติดตามผลการแจ้งได้โดยใส่รหัสอ้างอิงที่ได้รับแจ้ง
เบาะแส