ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม

ศาลปค.สั่งระงับคำสั่งสธ.เพิ่มขนาดภาพเตือนพิษภัยบนซองบุหรี่
28 สิงหาคม 2556 , 08:47:38 น.




  • วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2013 เวลา 20:49 น. ณัฐญา เนตรหิน
    ข่าวรายวัน - คอลัมน์ : ข่าวในประเทศ

    สำนักงานศาลปกครอง แจ้งว่า ตามที่ ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ที่ 1
    กับพวกรวม 2 คน ฟ้อง กระทรวงสาธารณสุข ที่ 1กับพวกรวม 2 คน ในคดีหมายเลขดำที่
    1324/2556 ว่าออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ
    และเงื่อนไขการแสดงรูปภาพ



    ข้อความคำเตือนเกี่ยวกับพิษภัยและช่องทางติดต่อเพื่อการเลิกยาสูบในฉลากของซองบุรี่ซิกาแรต
    พ.ศ.2556 ลว.6 มี.ค.2556 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
    ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าเป็นการออกประกาศที่เกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจไว้และยังเป็นการลิดดรอนสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ฟ้องคดี
    เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าบุหรี่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย



    จึงขอให้เพิกถอนประกาศฉบับดังกล่าว โดยศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งลงวันที่ 23
    ส.ค.56 ให้ทุเลาการบังคับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ
    และเงื่อนไขการแสดงรูปภาพ
    ข้อความคำเตือนเกี่ยวกับพิษภัยและช่องทางติดต่อเพื่อการเลิกยาสูบในฉลากของซองบุรี่ซิกาแรต
    พ.ศ.2556 ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น



    มีรายงานว่า เหตุที่ศาลสั่งระงับการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ดังกล่าว
    ดังกล่าวระบุว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวที่
    กำหนดให้บุหรี่ที่ผลิตหรือนำเข้าในราชอาณาจักรต้องแสดงฉลาก รูปภาพ
    ข้อความคำเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ และช่องทางติดต่อเพื่อการเลิกยาสูบบนซองผลิตภัณฑ์ทุกซอง
    โดยมีขนาดพื้นที่ร้อยละ 85 ของซองทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
    และกำหนดให้บุหรี่ที่บรรจุอยู่ในกล่อง / ซอง/ ภาชนะบรรจุ ไม่ต่ำกว่า 10 ซอง
    ต้องแสดงฉลากรูปภาพ 10 แบบต่อ1 กล่องนั้น ออกโดยอาศัยอำนาจในมาตรา 12
    วรรคหนึ่งของพ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2535 ที่บัญญัติว่า ผู้ผลิต
    หรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบต้องแสดงฉลากที่หีบห่อก่อนที่จะนำออกมาจากแหล่งผลิตหรือก่อนที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วแต่กรณี



    โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการแสดงฉลาก ข้อความในฉลาก
    ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา จากบทบัญญัตินี้
    กฎหมายให้อำนาจรมว.สธ เป็นผู้ดำเนินการ
    แต่การกำหนดดังกล่าวจะดำเนินการเกินขอบเขตอำนาจของกฎหมาย
    และเป็นไปตามหลักความจำเป็นและหลักความได้สัดส่วนหรือไม่
    รวมถึงเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือไม่
    เป็นเนื้อหาคดีที่ศาลจะได้พิจารณาพิพากษา แต่ในชั้นนี้เห็นว่า
    ที่มาของการขยายภาพจากพื้นที่ร้อยละ 55 ของซองทั้งด้านหน้าและด้านหลังเป็นร้อยละ
    85
    ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองอ้างว่าเป็นตามอนุสัญญาองค์การอนามัยโลกว่าด้วยการควบคุมยาสูบ
    2556 โดยไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ว่า
    ข้อกำหนดดังกล่าวจะเป็นภาระแก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเกินสมควรหรือไม่
    และข้อกำหนดดังกล่าวจะบรรลุผลอย่างแน่แท้
    หรือก่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคคุ้มกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่สองบริษัทผู้ฟ้องคดี
    ในสัดส่วนที่เหมาะสมกันหรือไม่
    รวมทั้งกระบวนการขั้นตอนในการออกประกาศดังกล่าวทั้งสองบริษัทยืนยันว่าไม่เคยได้รับการแจ้งจากผู้ถูกฟ้องเพื่อขอรับฟังความคิดเห็นในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย
    และผลกระทบต่อสิทธิในเครื่องหมายการค้าแต่อย่างใด



    จากการไต่สวนพยานผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ของทั้งสองบริษัท ก็ระบุว่า
    การกำหนดให้ซองหรือกล่องบุหรี่ต้องแสดงฉลากรูปภาพ ข้อความคำเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ในขนาดดังกล่าว
    จำนวน 10 แบบต่อ 1 กล่อง/ซอง/ภาชนะบรรจุ
    เทคโนโลยีในปัจจุบันพ้นวิสัยที่จะปฏิบัติตามได้
    เนื่องจากกระบวนการผลิตเครื่องจักรจะคัดทิ้งซองบุหรี่ที่ไม่ได้คุณภาพและนำซองใหม่ที่สมบูรณ์มาแทนที่โดยอัตโนมัติ
    ทำให้บุหรี่ที่บรรจุอยู่ในกล่อง/ ซอง/ภาชนะบรรจุ
    อาจมีรูปภาพคำเตือนไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเห็นได้ว่า
    มาตรการบังคับให้บุหรี่ที่บรรจุอยู่ในกล่อง/ซอง /ภาชนะบรรจุ 10
    ซองต้องมีรูปภาพคำเตือนที่ไม่ซ้ำกันถึง 10 แบบ น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ
    ประกอบกับภายหลังจากที่รมว.สธ ได้ออกประกาศดังกล่าวแล้ว
    สำนักควบคุมการบริโภคยาสูบได้ประชุมชี้แจงแนวทางปฏิบัติตามประกาศกฎกระทรวงดังกล่าวให้กับผู้ประกอบการ
    แล้วพบว่ามีหลายประเด็นที่เกิดข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ
    ซึ่งกรมควบคุมโรคก็ได้ใช้อำนาจตามข้อ10
    ของประกาศดังกล่าวกำหนดแนวทางปฏิบัติให้กับผู้ประกอบการ โดยในคำแนะนำข้อ 3
    และในข้อ 6 (3)
    ให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้เงื่อนไขการกำหนดให้ต้องแสดงฉลากรูปภาพฯ ออกไปอีก 180
    วันนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ
    แต่ทั้งนี้ต้องแสดงฉลากรูปภาพฯจำนวนไม่น้อยกว่า 2 แบบต่อ 1 กล่อง / ซอง
    /ภาชนะบรรจุ



    จึงเห็นได้ว่า ประกาศดังกล่าวน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย
    และหากให้ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไป จะเป็นการสร้างภาระให้กับ 2
    บริษัทผู้ฟ้องคดีเกินความจำเป็น
    เนื่องจากในกระบวนการพิมพ์ฉลากรูปภาพและข้อความคำเตือนต้องเปลี่ยนแปลงแบบแม่พิมพ์ใหม่ทั้งหมด
    และปัญหาในกระบวนการผลิตหากเกิดความผิดพลาดในการบรรจุบุหรี่ในกล่อง
    /ซอง/ภาชนะบุรรจุที่ต้องมีรูปรูปภาพคำเตือนที่ไม่ซ้ำกันทั้ง 10 แบบ 2
    บริษัทผู้ฟ้องคดีอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งมีโทษปรับถึงหนึ่งแสนบาท
    จึงกระทบต่อการดำเนินการธุรกิจของทั้ง 2 บริษัท อันจะทำให้เกิดความเสียหายยากแก่การเยียวยาได้ภายหลังและการทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวไว้ก่อนก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารงานของรัฐ



    รวมถึงไม่มีผลกระทบต่อการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง
    เนื่องจากประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ
    และเงื่อนไขการแสดงรูปภาพ ข้อความคำเตือนเกี่ยวกับพิษภัย
    และช่องทางติดต่อเพื่อการเลิกยาสูบในฉลากของบุหรี่ซิกาแรต พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 24
    ส.ค. 52 ที่ให้จัดพิมพ์ฉลากรูปภาพและข้อความคำเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ 10
    แบบโดยมีพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 ของด้านที่มีพื้นที่มากที่สุดของซองหรือภาชนะบรรจุทั้งสองด้าน
    และฉลากรูปภาพและข้อความคำเตือนถึงพิษภัยของบุหรี่ที่บรรจุอยู่ในกล่อง
    /ซอง/ภาชนะบรรจุบุหรี่ ต้องมีไม่น้อยกว่า 2 แบบ ต่อหนึ่งกล่อง/ ซอง/ภาชนะบรรจุ
    รวมถึงบุหรี่ที่นำเข้ามาก็ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์นี้ยังคงอยู่ต่อไป
    จึงมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=196512&catid=176&Itemid=524



 



ศาลปค.สั่งระงับคำสั่งสธ.เพิ่มขนาดภาพเตือนพิษภัยบนซองบุหรี่



www.thanonline.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
19 กรกฏาคม 2555 , 17:34:56 น.
01 สิงหาคม 2555 , 18:51:15 น.
09 สิงหาคม 2555 , 11:27:44 น.
08 กุมภาพันธ์ 2556 , 18:54:25 น.
08 กุมภาพันธ์ 2556 , 19:03:28 น.
25 มิถุนายน 2556 , 17:19:35 น.
22 พฤศจิกายน 2556 , 09:20:52 น.
27 ธันวาคม 2557 , 10:30:25 น.
27 สิงหาคม 2560 , 12:58:37 น.