ข่าวเด่น

รายละเอียดข้อคิดเห็นของสมาคมการค้ายาสูบไทยต่อร่างพระราชบัญญัติควบคุมการบริโภคยาสูบ พ.ศ. ....
12 พฤศจิกายน 2555 , 11:06:24 น.


 
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 
 




ข้อคิดเห็นของสมาคมการค้ายาสูบไทยต่อร่างพระราชบัญญัติควบคุมการบริโภคยาสูบ
พ.ศ. ....



สมาคมการค้ายาสูบไทยขอเรียนให้ทราบถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวในรายละเอียดดังต่อไปนี้



มาตรา
4 “การสื่อสารการตลาด” หมายความว่าการกระทำในรูปแบบต่างๆโดยทางตรงหรือทางอ้อม
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขายสินค้าและบริการ หรือสร้างภาพลักษณ์ โดยการโฆษณา
การประชาสัมพันธ์ การให้การอุปถัมภ์แก่บุคคลหรือองค์กร
การสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม การสร้างข่าว การเผยแพร่ข่าวสาร การส่งเสริมการขาย
การแสดง ณ จุดขาย การตลาดแบบตรง การขายหรือส่งเสริมการขายโดยใช้บุคคลเป็นการเฉพาะ
และการตลาดในเครือข่ายคอมพิวเตอร์



ความเห็นของสมาคมฯ
ถ้อยคำในมาตรานี้มีความกว้างอย่างมาก และเมื่อเป็นส่วนสำคัญของมาตรา
31 ของร่างกฎหมายนี้ก็จะกระทบกระเทือนกับเสรีภาพในการประกอบกิจการและการสื่อสารตามปกติของผู้ประกอบการโดยตรง
และมีความไม่ชัดเจน
ต้องมีการตีความถ้อยคำเช่นขอบข่ายของคำว่าการสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมหมายถึงอย่างไร
ขอบเขตของการสร้างข่าวหมายถึงอย่างไร



นอกจากนี้ยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 43 ในเรื่องเสรีภาพในการประกอบกิจการและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติให้จำกัดเสรีภาพได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้นตามมาตรา
29 ของรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2550



มาตรานี้ยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 45 ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา เช่น การห้ามการประชาสัมพันธ์ การสร้างข่าว
การเผยแพร่ข่าวสารของผู้ประกอบการทั้งหมดซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติให้จำกัดเสรีภาพได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้นตามมาตรา
29 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550



          มาตรา 27
ห้ามผู้ใดขายหรือให้ในกรณีอื่นใดซึ่งผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์



กรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอายุของผู้ซื้อหรือผู้รับการให้ให้ผู้ขายหรือผู้ให้ทำการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นแล้วแต่กรณี



ห้ามผู้ใดยินยอมให้บุคคลอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ



ความเห็นของสมาคมฯ
หลักเกณฑ์ในมาตรานี้ อาจเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ร้านค้า
และกระทบต่อร้านค้าปลีกรายเล็กซึ่งเป็นกิจการภายในครอบครัวที่จะ
ไม่สามารถให้สมาชิกในครอบครัวที่มีอายุต่ำกว่า
18 ปีเข้ามาช่วยเหลือกิจการได้



มาตรา 28
ห้ามผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้



(1) ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยใช้เครื่องขาย



(2) ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์



(3) เร่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ



(4) ขายสินค้าหรือให้บริการโดยมีการแจก
แถม ให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือแลกเปลี่ยนกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ แล้วแต่กรณี



(5) ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยแจก
แถม ให้หรือแลกเปลี่ยนกับผลิตภัณฑ์ยาสูบสินค้าอื่น การให้บริการ
หรือสิทธิประโยชน์อื่นแล้วแต่กรณี



(6) ให้หรือเสนอให้สิทธิในการเข้าชมการแข่งขัน
การแสดง การให้บริการการชิงโชค การชิงรางวัล
หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดเป็นการตอบแทนแก่ผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือแก่ผู้นำหีบห่อหรือสลากหรือสิ่งอื่นใดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบมาแลกเปลี่ยนหรือแลกซื้อ



(7) ลดราคาผลิตภัณฑ์ยาสูบเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย



(8)
แสดงราคาผลิตภัณฑ์ยาสูบ ณ
จุดขายในลักษณะจูงใจให้บริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นการเฉพาะ



ความเห็นของสมาคมฯ
ความสามารถและเสรีภาพในการกำหนดราคาสินค้าเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการแข่งขันตามกลไกตลาดอย่างเสรีที่ซึ่งรวมถึงการลดราคาที่เหมาะสม
เพื่อสร้างความแตกต่างหรือความสามารถในการแข่งขัน
รวมทั้งการบริหารราคาระหว่างผู้ประกอบการแต่ละช่วง



ใน
(
7) ของมาตรานี้จะห้ามลดราคาผลิตภัณฑ์ยาสูบเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย
โดยมีการชี้แจงในการทำประชาพิจารณ์เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาว่าเพื่อป้องกันการลดราคาระหว่างผู้ประกอบการแต่ละช่วงเมื่อต้องการระบายสินค้า
ทั้งที่ราคาขายต่อผู้บริโภคอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งเป็นการเข้ามาควบคุมในเรื่องทางการค้าของผู้ประกอบการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลผลกระทบต่อสุขภาพจากการบริโภคยาสูบ
จึงไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 84 ที่ให้รัฐสนับสนุนระบบเศรษฐกิจที่เสรีและเป็นธรรมโดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจที่มีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ



นอกจากนี้ยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 43  ในเรื่องเสรีภาพในการประกอบกิจการและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติให้จำกัดเสรีภาพได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้นตามมาตรา
29 รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550



มาตรานี้ขาดความชัดเจน
เช่น ลดราคาอย่างไรถึงจะเป็นการส่งเสริมการขาย ขายต่ำกว่าราคาปกติหรือไม่
และราคาปกติคืออะไร
รวมทั้งไม่ชัดเจนว่าเป็นการห้ามการส่งเสริมการการขายในทุกช่วงหรือเฉพาะการส่งเสริมการขายเฉพาะกับผู้บริโภค
เพราะการส่งเสริมการขายระหว่างผู้ประกอบการแต่ละช่วงเป็นกลไกตามปกติของการทำธุรกิจ



มาตรา 29
การขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรตต้องมีขนาดบรรจุไม่ต่ำกว่ายี่สิบมวน
ทั้งนี้ต้องขายทั้งซองห้ามแบ่งขาย



การแบ่งขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทอื่นให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



ความเห็นของสมาคมฯ
เป็นการการจำกัดเสรีภาพในการประกอบการโดยบังคับให้ผู้ขายต้องขายทั้งซองและผู้ซื้อก็ต้องซื้อทั้งซองนั้นอาจไม่ช่วยลดการบริโภคยาสูบแต่อย่างใด
เพราะทำให้ผู้ซื้อต้องซื้อในปริมาณที่มากขึ้นหรือในทางกลับกัน
อาจทำให้ผู้บริโภคหันไปบริโภคยาเส้นมวนเอง ซึ่งราคาถูกกว่าบุหรี่ถ้าเขาไม่สามารถซื้อทั้งซองได้
เป็นผลให้กระทบต่อรายได้ของร้านค้าและรายได้ภาษีของรัฐ



การห้ามการแบ่งขายโดยอ้างว่าเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนนั้น
ก็มีมาตราที่ห้ามขายยาสูบแก่ผู้มีอายุต่ำกว่าที่กำหนดอยู่แล้วจึงไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการออกมาตรานี้มาซ้ำซ้อนอีก



มาตรา 30
ห้ามผู้ใดขายผลิตภัณฑ์ยาสูบในสถานที่หรือบริเวณดังต่อไปนี้



(1) วัดหรือสถานที่สาหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา



(2) สถานบริการสาธารณสุขสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและร้านขายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา



(3) สถานที่ราชการ
รัฐวิสาหกิจ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร



(4) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษา



(5) สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



ความเห็นของสมาคมฯ
เป็นข้อห้ามที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายของกรมสรรพสามิตตามมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.
2509 ทำให้มีสองหน่วยงานที่จะมีอำนาจเดียวกันซึ่งอาจมีการขัดหรือแย้งกันได้ 



อีกทั้งการให้อำนาจรัฐมนตรีประกาศกำหนดสถานที่อื่นๆ
ได้ภายหลังนั้นทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่าจะห้ามขายที่ใดอีก
ในขณะที่การจะกำหนดห้ามขายยาสูบในที่ใดนั้นเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการประกอบการอย่างชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 43  ในเรื่องเสรีภาพในการประกอบกิจการและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติให้จำกัดเสรีภาพได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้นตามมาตรา
29 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
ซึ่งมาตรานี้ไม่สมควรที่จะออกเป็นอนุบัญญัติในระดับประกาศกระทรวงในภายหลังโดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร



มาตรา 31
การห้ามให้ผู้ใดโฆษณาหรือทำการสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบแสดงชื่อ
หรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบ หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ 
หรือแสดงสัญลักษณ์หรือสิ่งอื่นใดที่ทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์ยาสูบ 



(1) ในสิ่งพิมพ์เทปหรือวัสดุโทรทัศน์ทางภาพยนตร์ทางวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์สื่ออิเล็กทรอนิกส์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ป้ายโฆษณา



(2) ในสื่อหรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เป็นการโฆษณาหรือทำการสื่อสารการตลาดได้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



(3) ในโรงมหรสพหรือในการแสดงการละเล่นการประกวดการแข่งขันการให้บริการหรือการประกอบกิจกรรมหรือในสถานที่อื่นใด



ความเห็นของสมาคมฯ มาตรานี้มีความหมายกว้างมากในการห้ามการโฆษณา
และกิจกรรมต่างๆ เกือบทุกประเภทที่ได้กล่าวไปข้างต้น
และขยายความไปถึงชื่อหรือเครื่องหมายของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ายาสูบซึ่งย่อมกระทบต่อการประกอบธุรกิจและการติดต่อสื่อสารระหว่างกันซึ่งเป็นการดำเนินการทั่วไปในการประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



มาตรานี้เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 43  ในเรื่องเสรีภาพในการประกอบกิจการและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติให้จำกัดเสรีภาพได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้นตามมาตรา
29 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550



มาตรานี้ยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 45 ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา เช่น
การห้ามแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบการห้ามการประชาสัมพันธ์
การสร้างข่าว การเผยแพร่ข่าวสารของผู้ประกอบการทั้งหมดตามช่องทางต่างๆ เช่น สิ่งพิมพ์
ซึ่งอาจรวมถึงเอกสารที่ใช้สื่อสารระหว่างผู้ค้า
ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะมีบทบัญญัติให้จำกัดเสรีภาพได้ตามบทบัญญัติของกฎหมาย
แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้นตามมาตรา
29 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550กรณีร้านค้าต้องสื่อสารกับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบก็จะเป็นไปอย่างยากลำบาก
เป็นภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายและเป็นการควบคุมที่เกินความจำเป็นและเข้ามาควบคุมภาคธุรกิจนอกเหนือจากการควบคุมการบริโภคยาสูบ
ประกอบการมีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงซึ่งจะทำให้เป็นปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายได้



มาตรานี้ยังให้อำนาจออกอนุบัญญัติที่เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญโดยออกเป็นประกาศกระทรวงในภายหลังโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย



มาตรา 35
ห้ามผู้ใดเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสารอื่นใดเพื่อประชาสัมพันธ์การสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมการอุปถัมภ์บุคคลหรือองค์กรโดยผู้ผลิตผู้นำเข้าผู้ส่งออกผู้แทนจำหน่ายและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ



ห้ามส่วนราชการรัฐวิสาหกิจหน่วยงานในกำกับของรัฐองค์การมหาชนส่วนราชการสังกัดรัฐสภาองค์กรตุลาการองค์กรตามรัฐธรรมนูญรวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานดังกล่าวรับการอุปถัมภ์ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ผลิตผู้ขายผู้นำเข้าผู้ส่งออกผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบเว้นแต่ค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนดหรือการรับโดยวิธีการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



ความเห็นของสมาคมฯ
คำว่า “ผู้แทนจำหน่าย” และ “ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ”
นั้นมีความหมายที่กว้างมากซึ่งอาจรวมถึงผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไปที่ขายยาสูบเช่น
ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ ที่มีสาขาทั่วประเทศ ซึ่งจะถูกจำกัดสิทธิในการเผยแพร่ข่าว
การประชาสัมพันธ์ การทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ
ไปด้วยทำให้บริษัทหรือร้านค้าที่ขายยาสูบไม่สามารถทำการเผยแพร่กิจกรรมหรือทำกิจกรรมเพื่อสังคมใดๆ
ได้เลย รวมทั้งคำจำกัดความของคำว่าการเผยแพร่ข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ก็สามารถตีความได้กว้างมากและอาจเป็นการจำกัดไม่ให้มีการทำกิจกรรมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมได้เลยเพราะในการจัดกิจกรรมต้องมีการเผยแพร่ข่าวสารให้ผู้ได้รับความช่วยเหลือทราบถึงกิจกรรมด้วย



ยิ่งไปกว่านั้นมาตรา
35
นั้นยังดูเสมือนว่าขัดแย้งกับมาตรา 31 โดยที่ตามบทบัญญัติในมาตรา
35 นั้น ดูเหมือนจะห้ามเพียงการเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสารอื่นใดเพื่อประชาสัมพันธ์การสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมเท่านั้น
แต่บทบัญญัติมาตรา 31 เป็นการห้ามการทำการสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบซึ่งตามคำนิยามตามมาตรา
4 แล้วหมายรวมถึงการสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมด้วย ดังนั้น
จึงไม่มีความชัดเจนของขอบเขตของการห้ามว่าห้ามเพียงการเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสาร
หรือห้ามการสร้างการสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมด้วย นอกจากนี้
ยังไม่มีความชัดเจนของขอบเขตของคำว่าความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมว่ามีความหมายกว้างหรือแคบเพียงใด
เช่น
การแจกถุงยังชีพให้ผู้สบภัยน้ำท่วมเพียงหนึ่งถุงก็อาจถูกตีความว่าผิดกฎหมายได้
แม้ว่าจะไม่มีการเผยแพร่กิจกรรมดังกล่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ก็ตาม



นอกจากนี้ยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550 มาตรา 43  ในเรื่องเสรีภาพในการประกอบกิจการและยังเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2550 มาตรา 45
ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา เช่น การห้ามผู้ใดเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสารอื่นใดเพื่อประชาสัมพันธ์การสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคมอีกด้วย



เช่นเดียวกับบทบัญญัติในวรรคท้ายของมาตรานี้ที่ห้ามส่วนราชการรัฐวิสาหกิจหน่วยงานในกำกับของรัฐองค์การมหาชนส่วนราชการสังกัดรัฐสภาองค์กรตุลาการองค์กรตามรัฐธรรมนูญรวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานดังกล่าวรับการอุปถัมภ์ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ผลิตผู้ขายผู้นำเข้าผู้ส่งออก
ซึ่งร่างกฎหมายใช้คำว่าผู้ขายซึ่งหมายความรวมถึงร้านค้าปลีกทั่วไปรวมทั้งร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่
ที่มีสาขาทั่วประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ อีกด้วย ดังนั้นมาตราดังกล่าวจึงเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพจนเกินสมควรและยังไม่เห็นถึงประโยชน์ต่อการคุ้มครองการบริโภคยาสูบของประชาชนจากมาตรการดังกล่าวอีกด้วย



มาตรานี้ยังให้อำนาจออกอนุบัญญัติที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญโดยออกเป็นประกาศกระทรวงในภายหลังโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย



มาตรา 36
การติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในกำกับของรัฐ
องค์การมหาชน ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา องค์กรตุลาการ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ
กับผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้แทนจำหน่าย
และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาสูบให้เป็นไปเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่งและโปร่งใสเพื่อประโยชน์ในการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือในการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้นหลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง



ความเห็นของสมาคมฯ
คำว่า “ผู้ขาย” “ผู้แทนจำหน่าย” และ “ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ”
นั้นมีความหมายที่กว้างมากซึ่งอาจรวมถึงผู้ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคโดยทั่วไปที่ขายยาสูบเช่น
ร้านสะดวกซื้อหรือร้านค้าโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่
หรืออาจจะรวมถึงสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาสูบด้วย



การจำกัดการติดต่อดังกล่าวนั้นไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.
2550
ในหลายมาตราเช่น มาตรา 45 มาตรา 78 และไม่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
พ.ศ. 2546
ที่มุ่งเน้นการบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
การจำกัดการติดต่อดังกล่าวนั้นยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนและให้อำนาจไปออกเป็นกฎกระทรวงในภายหลังซึ่งอาจเป็นการขัดกับการทำงานของส่วนราชการอื่นอีกด้วย



มาตรา 38
ห้ามผู้ใดแสดงผลิตภัณฑ์ยาสูบ ณ สถานที่ขายปลีก



กรณีที่ผู้ขายปลีกผลิตภัณฑ์ยาสูบต้องการแสดงชื่อหรือราคาของผลิตภัณฑ์ยาสูบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



ผู้ขายปลีกผลิตภัณฑ์ยาสูบ
ต้องแสดงสื่อรณรงค์เพื่อการลด ละ เลิกการบริโภคยาสูบ ทั้งนี้หลักเกณฑ์และวิธีการให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



ความเห็นของสมาคมฯ
เป็นการเพิ่มภาระในการบริหาร จัดเรียงและเก็บสินค้า เพิ่มภาระแก่ร้านค้าในการจัดทำสื่อรณรงค์ฯ
ทั้งที่ในสภาพปัจจุบันมีพื้นที่จำกัดและยังมีการรณรงค์อย่างมากมายทั้งบนซองของสินค้ายาสูบและการรณรงค์ผ่านช่องทางอื่นๆ



การแสดงสินค้า
ณ จุดขายนั้นเป็นสิทธิพื้นฐานอันชอบธรรมของผู้ประกอบการตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.
2550 มาตรา 43  ในเรื่องเสรีภาพในการประกอบกิจการและการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมได้ให้การรับรองไว้
การห้ามแสดงสินค้า ณ
จุดขายจึงกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญในการประกอบการและเกินกว่าความจำเป็น
หากไม่สามารถแสดงสินค้าได้



การห้ามแสดงสินค้า
ณ จุดขายจะเอื้อประโยชน์ต่อสินค้าที่มีอยู่ในตลาดแล้วเท่านั้น
โดยเป็นการกีดกันสินค้าใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถได้ทราบข้อมูลอย่างสมบูรณ์ซึ่งนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม



นอกจากนี้ยังขัดกับกฎหมายสรรพสามิตที่ให้นำสินค้าออกแสดงเพื่อขายได้
และกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงราคาสินค้าและบริการรวมทั้งสิทธิของผู้บริโภคในการรับทราบข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงเพื่อตัดสินใจก่อนการซื้อสินค้า



การห้ามแสดงสินค้า
ณ จุดขายยังไม่มีการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับว่าได้ผลต่อการลดการบริโภคยาสูบและผลกระทบที่มีต่อผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบระเบียบ
และได้สัดส่วนต่อการที่รัฐจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการประกอบการ
และน่าจะมีทางอื่นที่ไม่กระทบต่อผู้ประกอบการและสามารถช่วยการลดการบริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขได้ประชาสัมพันธ์กับประชาชนทั้งประเทศมาตลอดว่าการแสดงสินค้า
ณ จุดขายเป็นการผิดกฎหมายมาตั้งแต่ปี
2549
แต่เพิ่งจะมาปรากฎข้อห้ามในร่างกฎหมายฉบับนี้



มาตรานี้ยังให้อำนาจออกอนุบัญญัติที่เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญโดยออกเป็นประกาศกระทรวงในภายหลังโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย



มาตรา 40
ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบต้องจัดให้หีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ
ผลิตภัณฑ์ยาสูบมีขนาดสีสัญลักษณ์ฉลากรวมทั้งลักษณะการแสดงเครื่องหมายการค้าสัญลักษณ์รูปภาพ
และข้อความให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการก่อนที่จะนำออกจากแหล่งผลิตหรือก่อนที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วแต่กรณี



ห้ามผู้ใดขายผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มิได้จัดให้มีหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบ
หรือแสดงเครื่องหมายการค้า สัญลักษณ์ รูปภาพ และข้อความตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง



ความเห็นของสมาคมฯ
การบังคับให้หีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ
ผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศนั้นเป็นการให้อำนาจอย่างกว้างขวางกับเจ้าหน้าที่ไปออกอนุบัญญัติในภายหลังเพื่อควบคุมหรือบังคับรูปแบบของหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบ
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการตามร่างกฎหมายนี้
ซึ่งอาจบังคับใช้รูปแบบหีบห่อที่เหมือนกันและอาจไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าในการแสดงบนหีบห่อ
นำไปสู่การบังคับใช้บุหรี่ซองเรียบ
(Plain Packaging)
ซึ่งการออกประกาศของรัฐมนตรีนั้นไม่ต้องผ่านกระบวนการความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีหรือการพิจารณาโดยรัฐสภาทั้งที่การกำหนดให้หีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือ
ผลิตภัณฑ์ยาสูบมีขนาดสีสัญลักษณ์ฉลากรวมทั้งลักษณะการแสดงเครื่องหมายการค้าสัญลักษณ์รูปภาพ
และข้อความให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศนั้น
จะเป็นการกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สิน สิทธิและเสรีภาพในการประกอบการ
และสิทธิในการสื่อสาร ตามมาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
และเป็นปัญหาเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
พ.ศ. 2534 อีกด้วย



นอกจากนี้การบังคับใช้ซองบุหรี่แบบเรียบเป็นการเพิ่มภาระกับร้านค้าอย่างเกินสมควรเพราะการที่หีบห่อสินค้าถูกกำหนดให้มีรูปแบบเหมือนกันหมดจะทำให้การจัดเรียงสินค้า
การหยิบสินค้ามีความยุ่งยากมากขึ้น
เสียเวลามากขึ้นในการบริการลูกค้าในร้านเพราะไม่สามารถแยกความแตกต่างของสินค้าได้ชัดเจน



ยิ่งไปกว่านั้นบุหรี่ซองเรียบจะทำให้ผู้ปลอมแปลงบุหรี่ปลอมแปลงสินค้าได้มากขึ้นจากตัวเลขผลการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายสรรพสามิตในรอบ
10 เดือน ของปีงบประมาณ 2555 (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 - 31 กรกฎาคม 2555)
พบว่าสามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั่วประเทศได้ตาม พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 จำนวน
12
,173 คดี เปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวนกว่า 185.81
ล้านบาทซึ่งการกำหนดให้ซองบุหรี่เหมือนกันทั้งหมดนั้นจะทำให้ปัญหาการปลอมแปลงบุหรี่เพิ่มมากขึ้นประกอบกับราคาขายบุหรี่ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการขึ้นภาษีที่ผ่านมา
เมื่อเทียบกับต้นทุนการทำบุหรี่ปลอมก็เป็นแรงจูงใจทางการเงินให้ทำผิดกฎมายมากขึ้น



สมาคมฯ
เห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบภาระของผู้ประกอบการที่จะเพิ่มขึ้นและการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ประกอบการกับประโยชน์ในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากมาตรการนี้เห็นว่าไม่ได้สัดส่วนที่เป็นเหตุเป็นผล
กล่าวคือมีการสร้างภาระแก้ผู้ประกอบการและจำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างมากแต่ไม่อาจสรุปได้ว่าหรือยังไม่มีเครื่องบ่งชี้ชัดว่ามาตรการนี้จะนำไปสู่การบริโภคยาสูบที่ลดลงแต่อย่างใด
มาตรการดังกล่าวจึงเป็นการคาดการณ์ว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการโดยไม่ได้สัดส่วนกับผลกระทบหรือความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าว



มาตรา 41
ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้แทนจำหน่าย
และผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบมีหน้าที่ต้องจัดส่งรายงานประจำปีต่อไปนี้ให้แก่คณะกรรมการอำนวยการ



ประเภทของผู้มีหน้าที่ต้องส่งรายงานประจำปีตามวรรคหนึ่ง
รายรับและรายจ่ายประจำปี 
ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการบริจาค ช่วยเหลือการสร้างความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม
การสนับสนุนและการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ข้อมูล การปลูก การผลิต
ส่วนแบ่งการตลาด ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด หรือข้อมูลอื่น
ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามคำแนะนำของคณะกรรมการอำนวยการ



คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจสั่งให้ผู้ผลิต
ผู้นำเข้า ผู้แทนจำหน่ายและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการเงินหรือกิจกรรมระหว่างผู้ผลิต
ผู้นำเข้า ผู้แทนจำหน่ายและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบ กับนายหน้า ที่ปรึกษา
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหาร พรรคการเมือง
มูลนิธิ องค์กรเพื่อการกุศลหรือองค์กรเอกชน



ความเห็นขอสมาคมฯ
คำว่าผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบย่อมครอบคลุมถึงผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่งผลิตภัณฑ์ยาสูบ
ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า
500,000 รายทั่วประเทศ  โดยส่วนใหญ่แล้วร้านค้าปลีกทั่วไปที่มีผลิตภัณฑ์ยาสูบจำหน่าย
เป็นร้านค้าขนาดเล็กซึ่งไม่อาจมีความสามารถเพียงพอในการจัดทำรายงานประจำปีตามที่กำหนดไว้ได้
การกำหนดให้ทำรายงานดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มภาระแก่ร้านค้าปลีกในการจัดทำรายงานโดยเกินสมควร
การที่จะกำหนดประเภทของผู้มีหน้าที่ต้องส่งรายงานประจำปีจึงต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงในสภาพปัจจุบันด้วย



นอกจากนี้ข้อมูลที่กำหนดให้รายงานนั้น
ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน อีกทั้งยังไม่มีการระบุถึงวัตถุประสงค์หรือการนำเอาข้อมูลต่างๆ
ไปใช้ รวมทั้งวิธีการในการเก็บรักษาและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
ซึ่งหากนำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อผู้หนึ่งผู้ใด
และทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ทำรายงาน จะมีผู้ใดรับผิดชอบหรือไม่



สมาคมฯ
เห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบภาระของผู้ประกอบการที่จะเพิ่มขึ้นกับประโยชน์ในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนตามมาตรานี้แล้วยังไม่เห็นเด่นชัดถึงความจำเป็นที่จะต้องกำหนดให้มีการรายงานตามที่กำหนดไว้
และเห็นว่าควรจะทบทวนความจำเป็นและภาระที่จะเกิดขึ้นจากมาตรานี้



มาตรานี้ยังให้อำนาจออกอนุบัญญัติในระดับประกาศกระทรวงในภายหลังโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีหรือสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย



หมวด 9
บทกำหนดโทษ



ความเห็นของสมาคมฯ 
เห็นว่าความผิดตามร่างกฎหมายนี้ตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 9 บทกำหนดโทษ
นั้นเป็นความผิดทางอาญาซึ่งมีโทษตั้งแต่การปรับไปจนถึงการจำคุก
โทษการปรับนั้นมีหลายอัตราตั้งแต่ไม่เกินสามพันบาทจนถึงไม่เกินสามแสนบาท ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับความผิดนั้น
ในหลายกรณีมีการกำหนดอัตราขั้นสูงโทษที่รุนแรงซึ่งอาจไม่สัมพันธ์กับระดับและฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกและไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดเช่นมาตรา
40 วรรคสอง มีโทษปรับสูงถึงไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือการกระทำความผิดตามมาตรา 35
เกี่ยวกับการห้ามเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสารเพื่อประชาสัมพันธ์การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจยาส

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
01 สิงหาคม 2555 , 18:51:15 น.
08 สิงหาคม 2555 , 10:29:54 น.
07 กันยายน 2555 , 11:14:31 น.
20 กันยายน 2555 , 11:17:24 น.
24 กันยายน 2555 , 09:57:19 น.
10 ตุลาคม 2555 , 09:51:16 น.
16 ตุลาคม 2555 , 19:37:32 น.
25 ตุลาคม 2555 , 10:10:31 น.
08 กุมภาพันธ์ 2556 , 18:54:25 น.
08 กุมภาพันธ์ 2556 , 19:03:28 น.
20 พฤษภาคม 2556 , 10:59:21 น.
22 พฤษภาคม 2556 , 13:11:58 น.
27 พฤษภาคม 2556 , 14:47:27 น.
25 มิถุนายน 2556 , 17:19:35 น.
23 กรกฏาคม 2556 , 14:41:20 น.
10 กันยายน 2556 , 07:44:45 น.
22 พฤศจิกายน 2556 , 09:20:52 น.
19 กุมภาพันธ์ 2557 , 13:14:32 น.
27 ธันวาคม 2557 , 10:30:25 น.