ข่าวเด่น

เวทีประชาพิจารณ์กม.คุมยาสูบวุ่น!
20 กันยายน 2555 , 11:17:24 น.   ดาวน์โหลดไฟล์ 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

14 กันยายน 2555 13:57 น.

กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการยาสูบค้านร่าง กม.ยาสูบฉบับใหม่ ระหว่างการเปิดเวทีประชาพิจารณ์ครั้งสุดท้าย จวกม.39 ทำเกษตรกรขาดรายได้
ลั่น กม.ไม่ช่วยลดการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนตามที่นักวิชาการอ้างชี้เพราะคุมแต่ธุรกิจยาสูบไทยแต่ไม่คุมบุหรี่นอก แนะ สสส.ควรให้ความรู้เยาวชนป้องกันการสูบบุหรี่มากกว่าออกกม.ด้านกลุ่มเยาวชนหนุนร่างกม.บุหรี่ฉบับใหม่ วอนชาวไร่ยาสูบอย่าคัดค้าน ชี้ไม่มีมาตราใดห้ามปลูก แนะร้านค้าห้ามขายแบบแบ่งมวน เพราะจะทำให้เด็กเข้าถึงบุหรี่ง่ายขึ้น


วันนี้ (14 ก.ย.) ที่โรงแรมริชมอนด์ กลุ่มเกษตรกร
ชาวไร่ และผู้ประกอบการยาสูบ กว่า
200 คน จากเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ สุโขทัย นครพนม หนองคาย ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม นำโดย
นายวินนท์ แสงมาน ประธานสหภาพแรงงานยาสูบได้เดินทางมาแสดงการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมบริโภคยาสูบ
ระหว่างการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว
    

       นายวินนท์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ควบคุมบริโภคยาสูบไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโรงงานยาสูบโดยตรงแต่จะส่งผลกระทบในส่วนของสหภาพแรงงาน เพราะทำให้สินค้าผลิตและจำหน่ายไม่ได้ ผู้ประกอบอาชีพได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่เกิน 5 ปี ธุรกิจยาสูบของไทยจะเริ่มหมดลงจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวนายวินนท์ กล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมบริโภคการบริโภคยาสูบเป็นการนำกฎหมายคุ้มครองสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ และ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบมายกร่างใหม่ กลายเป็นการห้ามและการควบคุม ทำให้คนสูบบุหรี่กลายเป็นคนติดยาและการที่นักวิชาการออกมาระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการบริโภคยาสูบจะช่วยป้องกันและลดการเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะไม่ได้มีการควบคุมบุหรี่นอกหรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามาขาย วิธีที่ดีที่สุดในการลดการเข้าถึงคือต้องไปให้ความรู้แก่เยาวชน โดยเฉพาะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้รับเงินจากยาสูบปีละกว่า 3,000 ล้านบาท ต้องไปให้ความรู้แก่เยาวชน ป้องกันคนรุ่นใหม่ๆ ไม่ใช่ออกกฎหมายมาสกัดคนไทยด้วยกัน แต่สกัดกั้นบุหรี่นอกไม่ได้

ด้านนายเกียรตศักดิ์ มีสมพรรองประธานสหภาพยาสูบ กล่าวว่าจากการที่กรมควบคุมโรคจะทำการทำประชาพิจารณ์ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำครั้งที่ 4 แล้วและเมื่อทำครั้งนี้เสร็จก็จะเสนอต่อรัฐบาลให้ทำการยกร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ทั้งที่มีพ.ร.บ.บังคับใช้อยู่แล้วถึง 2 ฉบับ
ด้วยเหตุนี้ตนจึงคิดว่าการกระทำในครั้งนี้ เป็นการส่งผลกระทบต่อชาวไร่ยาสูบอย่างมากและถือเป็นการบีบบังคับและทำให้เกษตรกรขาดรายได้โดยเฉพาะในมาตรา
39 ที่ห้ามใช้ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ยาสูบโดยไม่ผ่านกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นของโรงงานยาสูบ ชาวไร่ยาสูบและผู้บ่มยาเลย

ขณะเดียวกันมีเยาวชนจำนวนมากร่วมให้ข้อคิดเห็นและเรียกร้องให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี และ สธ.เดินหน้าออกกฎหมายที่เข้มแข็งกว่าเดิม
เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากการติดบุหรี่

นางสาวจิราภรณ์ กมลรังสรรค์ เครือข่ายเยาวชนแก๊งปากดีกล่าวว่า ในฐานะเยาวชน ตนหวังอยากให้สังคมไทยก้าวหน้าไปในทางที่ดีขึ้น กฎหมายคุมบุหรี่ฉบับใหม่นี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความจริงใจและมีความรับผิดชอบในสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเยาวชนไทย หรือไม่

นางสาวจิราภรณ์ กล่าวอีกว่า ข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรไทย  พบว่ามีวัยรุ่นอายุ 15 -18 ปี 340,000 คนติดบุหรี่ในปีพ.ศ.2552 
และเพิ่มขึ้นเป็น 407,809คนในปีพ.ศ.2554  ซึ่งตามสถิติที่ผ่านมา  คนไทยที่ติดบุหรี่แล้วมีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่จะเลิกสูบบุหรี่ได้  ที่เหลือจะติดไปจนตลอดชีวิต

"ตามที่มีข่าวว่าชาวไร่ยาสูบคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ ตนขอวิงวอนผู้ใหญ่ทั้งหลายว่าหากศึกษาโดยละเอียดแล้วจะพบว่าไม่มีมาตราใดที่เกี่ยวข้องกับการห้ามปลูกยาสูบอย่างที่ผู้ใหญ่และชาวไร่ยาสูบเข้าใจผิดและเป็นห่วงเลยสำหรับเยาวชนแล้ว มาตราที่ตนคิดว่าสำคัญที่สุดคือ ม.27  ที่กำหนดว่าห้ามมิให้ผู้ใดขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากกฎหมายที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ที่ห้ามแค่อายุต่ำกว่า 18 ปี มาตรานี้จะมีผลในการลดการริเริ่มสูบบุหรี่ ในกลุ่มเยาวชน เพราะหากเยาวชนอายุเกิน20 ปีแล้วยังไม่เริ่มสูบบุหรี่

เขาก็จะมีโอกาสติดบุหรี่ ยากขึ้น" นางสาวจิราภรณ์ กล่าว

นางสาวจิราภรณ์ กล่าวต่อไปว่าอีกมาตราที่จะมีผลดีต่อเด็กอย่างมาก คือ ม.29 ที่กำหนดว่า การขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ต้องมีขนาดบรรจุไม่ต่ำกว่ายี่สิบมวน ทั้งนี้
ต้องขายทั้งซองห้ามแบ่งขาย เนื่องจากการสำรวจล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาของ สธ.พบว่า
ร้อยละ
88.3 ของเด็กอายุ 15 - 17 ปีสามารถซื้อบุหรี่ที่แบ่งขายเป็นมวนได้ แม้มาตราดังกล่าวอาจให้จะทำให้ร้านขายบุหรี่มีกำไรน้อยลง แต่ในทางกลับกันร้านค้าจะได้ร่วมทำกุศล ช่วยให้ลูกหลานไทยติดบุหรี่น้อยลงเพราะลูกค้าส่วนใหญ่ของบุหรี่ที่ขายแบบแบ่งซอง คือ เยาวชนซึ่งมีเงินในกระเป๋าจำกัด การขายแบ่งซองจึงเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้เด็กเข้าถึงและทดลองสูบบุหรี่ได้ง่ายจนเกิดการติดบุหรี่ขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่านอกจากกลุ่มเครือข่ายเยาวชนที่มาร่วมให้ความเห็นแล้ว ยังมีผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองและ ผู้ไร้กล่องเสียง ซึ่งเป็นเหยื่อของการสูบบุหรี่ ได้มาร่วมให้ความเห็นสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
01 สิงหาคม 2555 , 18:51:15 น.
08 สิงหาคม 2555 , 10:29:54 น.
07 กันยายน 2555 , 11:14:31 น.
24 กันยายน 2555 , 09:57:19 น.
10 ตุลาคม 2555 , 09:51:16 น.
16 ตุลาคม 2555 , 19:37:32 น.
25 ตุลาคม 2555 , 10:10:31 น.
08 กุมภาพันธ์ 2556 , 18:54:25 น.
08 กุมภาพันธ์ 2556 , 19:03:28 น.
20 พฤษภาคม 2556 , 10:59:21 น.
22 พฤษภาคม 2556 , 13:11:58 น.
27 พฤษภาคม 2556 , 14:47:27 น.
25 มิถุนายน 2556 , 17:19:35 น.
23 กรกฏาคม 2556 , 14:41:20 น.
10 กันยายน 2556 , 07:44:45 น.
22 พฤศจิกายน 2556 , 09:20:52 น.
19 กุมภาพันธ์ 2557 , 13:14:32 น.
27 ธันวาคม 2557 , 10:30:25 น.